ผลโพลของสำนักวิจัยเอแบคโพล เรื่อง “เสียงของสาธารณชนต่อดัชนีความเป็นผู้นำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกับ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร” และความคิดเห็นต่อปัญหาทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียงของรัฐบาล ที่ได้สอบถามประชาชน อายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัด เมื่อวันที่ 8 ส.ค. พบว่า จุดแข็งความเป็นผู้นำของนายอภิสิทธิ์ที่โดดเด่นเหนือ พ.ต.ท.ทักษิณ คือเรื่อง ความซื่อสัตย์สุจริต ขณะที่จุดแข็งของ พ.ต.ท.ทักษิณที่โดดเด่นเหนือกว่านายอภิสิทธิ์ในด้านการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ สำหรับโครงการชุมชนพอเพียง ที่มีกระแส ข่าวทุจริตร้อยละ 75.1 เกรงว่าจะส่งผลกระทบ ต่อแนวคิดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ยังพบว่า วิธีที่ต้องการให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบมากที่สุดร้อยละ 56.8 ให้เร่งหาคนผิดมาลงโทษ ร้อยละ 17.0 ให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลาออก ร้อยละ 11.5 ให้รัฐบาลทั้งคณะลาออกในขณะที่เพียงร้อยละ 14.7 ให้ทุกฝ่ายทำงานต่อไป เพราะเป็นปัญหาส่วนน้อย เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า “ได้สั่งการให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีรายงานตัวเลขทั้งหมด เบื้องต้นเท่าที่ทราบโครงการนี้อนุมัติเงินไปแล้ว 5,300 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นโครงการที่มีปัญหาอยู่ในวงเงิน 50 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 1 โดยปัญหาเกิดขึ้นจากการไปซื้อของที่อาจจะเป็นของใหม่และจากการตรวจสอบก็เหมือนกับว่ามีคนเข้าไปเกี่ยวข้องในการให้ซื้อของพวกนี้ ส่วนจะแพงมากน้อยแค่ไหนก็กำลังตรวจสอบอยู่แต่หากไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของโครงการ คือไม่เป็นไปตามความต้องการของชุมชนหรือมีความไม่โปร่งใส เราไม่ยอมอยู่แล้ว ซึ่งโครงการประเภทเดียวกันที่รอการอนุมัติก็ได้สั่งระงับไปหมดแล้ว” ปัญหาจะมีกี่เปอร์เซ็นต์ วงเงินทุจริตจะมากหรือน้อยนั้นไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นคือ แถลงผลงาน 6 เดือนไปยังไม่ทันไร มีข่าวทุจริตปรากฏออกมาซะแล้ว ต้องชม “ฝ่ายค้าน” ที่ทำการบ้านและทำหน้าที่ได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ในแง่ของรัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำเรื่องนี้ให้เกิด “ความกระจ่าง” โดย เร็ว หากจะให้เกิดความโปร่งใส นอกจากโครงการในปัจจุบันแล้วก็ควรย้อนกลับไป “ขุด” โครง การในอดีตด้วยเพราะมีเสียงแว่ว ๆ มาว่า รุมทึ้งกันยิ่งกว่าอีก โครงการนี้มีรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจที่ชื่อว่า นายกอร์ปศักดิ์ ดูแล เป็นที่รับรู้กันวงในว่านายกอร์ปศักดิ์ นั้นจัดอยู่ในประเภท “คุณชายละเอียด” และเป็น “คนใกล้ชิด” นายกรัฐมนตรีที่สุดคนหนึ่ง ถ้ามองในทางการเมือง นายกอร์ปศักดิ์นี่แหละ “เป้าหมาย” แม้สมัยประชุมสภานี้จะเป็นสมัยนิติบัญญัติ ห้าม “ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ” แต่ถ้า ไม่รีบ “ตัดไฟ” ปล่อยให้ถูกวิจารณ์ลากเป็นกระแส “เสือหิวเสือโหย” ไปต่อละก็ ซื้อหวยได้เลยเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า มีชื่อ “คุณชายละเอียด” อย่างนายกอร์ปศักดิ์แน่.
