นายสันติชัย เอื้อจงประสิทธิ์ รองผู้ว่าการด้านตลาดต่างประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีหลังนี้จะเน้นกลับไปนำเสนอข้อมูลสินค้าและบริการท่องเที่ยว (โรดโชว์) ในประเทศที่เคยไปมาแล้ว เช่น จีน และญี่ปุ่น เพื่อตอกย้ำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังเห็นเมืองไทยเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวในสายตา โดยจะเน้นไปโรดโชว์ในเมืองรอง ๆ ที่ยังไม่เคยไปเจาะตลาด หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยไปโรดโชว์เฉพาะเมืองใหญ่ เนื่องจากมองว่านักท่องเที่ยวในเมืองรอง ๆ มีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก เพราะมีกลุ่มเศรษฐีอยู่ โดยในจีน จะไป โรดโชว์ที่เมืองหนิงโป, หังโจว และซูโจว ซึ่งอยู่รอบ ๆ เมืองเซี่ยงไฮ้ ช่วงต้นเดือนนี้ ส่วนญี่ปุ่น จะไปโรดโชว์ที่เมืองรอง ๆ ได้แก่ ฮิโรชิมา เซนได และนางาซากิ ช่วงเดือน ก.ย. นี้ นอกจากนี้วางแผนจะไปโรดโชว์ที่ตลาดอาหรับ ได้แก่ โอมาน ซีเรีย และอิหร่าน รวมทั้งเอเชียใต้ ได้แก่ ปากีสถาน และเอเชียกลาง ได้แก่ คาซัคสถาน เนื่องจากมองว่าเป็นกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจยังขยายตัวดี โดย ททท. จะ ชูจุดขายให้เห็นว่า ไทยมีอาหารฮาลาลรองรับคนกลุ่มนี้ ซึ่งนับถือศาสนาอิสลามได้ และลักษณะวัฒนธรรมหลาย ๆ อย่างที่คนกลุ่มนี้มี คนไทยก็มี นอกจากนี้จะเน้นนำเสนอสินค้าและบริการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (เมดิคัล ทัวริสซึ่ม) และการท่องเที่ยวไทยช่วงฤดูฝน สำหรับปีนี้ททท. ประเมินว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา 13.2 ล้านคน ลดลง 9% รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 498,000 ล้านบาท ลดลง 13% โดยเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่ประเมินไว้จะเป็นไปได้ เนื่องจากแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยเริ่มฟื้นตัวขึ้น หลังเหตุการณ์วุ่นวายช่วงสงกรานต์สงบลง หากนักท่องเที่ยวจีน ที่เคยหยุดการเดินทางมาเที่ยวไทยเพราะรัฐบาลไม่ปล่อยให้เดินทางมา เริ่มทยอยกลับมาเที่ยวเช่นเดิมหลังจากนี้ ส่วนตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีน่าเป็นห่วง เพราะเป็นตลาดที่อ่อนไหวกับข่าวมาก โดยเฉพาะเรื่องโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009.
