จุลสารลด หยุด ภัย ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ฉบับเดือนกันยายนที่ผ่านมา แนะนำท่านั่งขับรถและหมอนรองศีรษะสำคัญกว่าที่คิด การปรับเบาะนั่ง รถเกียร์อัตโนมัติ ให้ใช้เท้าเหยียบแป้นเบรกแล้วเลื่อนเบาะนั่งให้ช่วงเข่างอเล็กน้อย รถเกียร์ธรรมดา ควรปรับเบาะนั่งให้ชิดพนักพิง ด้วยการใช้เท้าซ้ายเหยียบแป้นคลัตช์ให้สุด และปรับเบาะไปทางด้านหน้า เมื่อเหยียบสุดแล้ว หัวเข่าต้องตึง ถ้าเหยียบสุดแล้วเข่าไม่ตึง ควรปรับเบาะเลื่อนมาข้างหลัง การปรับพนักพิง ไม่ปรับให้เอนมากหรือน้อยเกินไป ตรวจสอบได้โดยใช้มือซ้ายจับที่ตำแหน่ง 9 หรือ 10 นาฬิกา ส่วนมือขวาอยู่ที่ 2 หรือ 3 นาฬิกา ข้อศอกงอเล็กน้อย แผ่นหลังติดกับพนักพิง เมื่อปรับแล้วให้ทดสอบด้วยการเลื่อนมือไปวางไว้บนสุดของพวงมาลัย โดยข้อมือต้องแตะกับพวงมาลัยได้พอดี ถ้าวางมือบนพวงมาลัยแล้วมือเลยไปถึงกลางฝ่ามือหรือโคนนิ้ว แสดงว่าปรับพนักพิงเอนเกินไป ถ้าวางมือบนพวงมาลัยแล้วข้อมืออยู่บนสุดของพวงมาลัย แสดงว่านั่งชิดเกินไปให้ปรับพนักพิงใหม่ การปรับหมอนรองศีรษะ หมอนรองศีรษะเป็นอุปกรณ์สำคัญช่วยลดการบาดเจ็บบริเวณต้นคอ หากถูกชนท้าย ควรปรับหมอนรองศีรษะให้อยู่กลางและใกล้ศีรษะมากที่สุด ไม่สูงหรือต่ำเกินไป ขอบหมอนอยู่ระดับเดียวกับใบหูด้านบน จะช่วยลดการสะบัดของศีรษะกรณีที่ประสบอุบัติเหตุ หากปรับในระดับที่ต่ำกว่าคอ ขณะเกิดอุบัติเหตุ แรงเหวี่ยงจะทำให้ศีรษะสะบัดไปด้านหลังอย่างแรง จนกระดูกแตกหรือคอหักได้ ท่านั่งในการขับรถ ไม่ควรนั่งชิดพวงมาลัยมากเกินไป เพราะจะหมุนพวงมาลัยไม่สะดวก ส่งผลต่อการบังคับทิศทางรถ หากประสบอุบัติเหตุจะทำให้หน้าอกกระแทกกับพวงมาลัย หรือถูกถุงลมนิรภัยพองตัวปะทะกับหน้า ทำให้หายใจไม่ออก หรือบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิต ไม่ควรปรับที่นั่งให้เอนมากเกินไป เพราะทำให้แขนต้องเหยียด ตรง จนขาดความคล่องตัวในการหมุนพวงมาลัย ยังทำให้ทัศนวิสัยในการมองทาง มองกระจกหลังหรือข้างไม่ชัดเจน การปรับเบาะนั่ง พนักพิง หมอนรองศีรษะ และท่านั่งในการขับรถที่ถูกวิธี นอกจากช่วยลดความเมื่อยล้า ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับรถ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้อีกทาง.
