แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สหกรณ์ผู้ผลิตข้าวหอมมะลิในเขตภาคอีสานรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายคุณค่าข้าวหอมมะลิร่วมน้อมเกล้าฯถวายข้าวสารจำนวน 16 ตันแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อนำไปใช้ในกิจการกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร พร้อมประสานกับสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีนำส่งข้าวสู่จุดหมายปลายทาง นายจิตรกร สามประดิษฐ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้นำผู้แทนสหกรณ์ผู้ผลิตข้าวหอมมะลิในเขตจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 8 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด สหกรณ์การเกษตรโพนทราย จำกัด สหกรณ์การเกษตรสุวรรณภูมิ จำกัด จ.ร้อยเอ็ด สหกรณ์การเกษตรปราสาท จำกัด สหกรณ์การเกษตรชุมพลบุรี จำกัด จ.สุรินทร์ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด สหกรณ์การเกษตรกระสัง จำกัด และสหกรณ์การเกษตรนางรอง จำกัด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งได้รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายคุณค่าข้าวหอมมะลิ พร้อมทั้งได้เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2551 ณ ศาลาดุสิดาลัย เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายข้าวสารหอมมะลิ 100% ข้าวกล้องมันปูจากพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จำนวน 16 ตัน เพื่อใช้ในกิจการกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้ประสานมายังกรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อแจ้งให้สหกรณ์ในเครือข่ายคุณค่าข้าวหอมมะลินำข้าวที่น้อมเกล้าฯ ถวายไปส่งยังจุดหมายตามพระราชประสงค์ โดยจะพระราชทานข้าวเปลือกที่สีเสร็จแล้วเป็นข้าวสารจำนวน 10 ตัน ให้กับประชาชนในถิ่นทุรกันดาร 3 หมู่บ้าน 150 ครัวเรือน ได้แก่ บ้านห้วยแห้ง อ.ระมาด จำนวน 15 ครัวเรือน บ้านมะโอโกร อ.ท่าสองยาง จ.ตาก จำนวน 15 ครัวเรือน และที่บ้านเสน่ห์พ่อง อ.สังขละ จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 120 ครัวเรือน เนื่องจากราษฎรดังกล่าวอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลและประสบปัญหาขาดแคลนข้าวสำหรับการบริโภค ซึ่งได้ส่งมอบข้าวสารให้แก่ราษฎรในบ้าน ห้วยแห้ง และบ้านมะโอโกร จ.ตาก ในวันที่ 17 มิถุนายน 2552 และที่บ้านเสน่ห์พ่อง จ.กาญจน บุรี ในวันที่ 23 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา สำหรับปริมาณข้าวหอมมะลิในส่วนที่เหลือ ทางสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้แจ้งให้สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จ.ร้อยเอ็ด เก็บรักษาข้าวสารไว้จำนวน 2 ตัน สำหรับใช้ในกิจกรรมช่วยเหลือผู้ ประสบภัยต่อไป.
