“บิ๊กหนุ่ม” นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการทำหน้าที่ “นายใหญ่ค่ายหัวหมาก” แม้จะเหลือระยะเวลาการทำงานอีก 1 ปี 5 เดือนว่า ตั้งแต่ที่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 49 ก็ได้ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อประสานการทำงานกับสมาคมกีฬาต่าง ๆ จนพัฒนาวงการกีฬาให้กับประเทศไทย ซึ่งงานที่ทำก็ประสบความสำเร็จหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างศูนย์บริหารองค์กรกีฬา (25 ชั้น), การจัดรถยนต์ให้กับ ศูนย์ กกท.ทั่วประเทศ, การบริหารเงินกองทุนพัฒนา การกีฬาแห่งชาติ, การเพิ่มเงินอุดหนุนให้กับสมาคมกีฬา, การเตรียมนักกีฬาเข้าแข่งขันราย การต่าง ๆ, การพัฒนากีฬาอาชีพ, โครงการ“สปอร์ต ฮีโร่”, การสร้างศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ อ.มวกเหล็ก, การพัฒนามาตรฐานการจัดกีฬาเยาวชนแห่งชาติและกีฬาแห่งชาติ, จัดทำศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาที่ครบวงจร รวมไปถึงการพัฒนาองค์กรให้เข็มแข็ง และงานอื่น ๆ อีกหลายอย่าง
ดังนั้นช่วงเวลาที่เหลือก่อนจะหมดวาระ ยังต้องทุ่มเททำงานต่าง ๆ ให้สำเร็จ และยังไม่ได้ตัดสินใจว่า จะอยู่รับตำแหน่ง “ผู้ว่าการ กกท.” ต่อไป หรือจะขอพักดี เพราะช่วงนี้จะขอมุ่งมั่นทำงานต่าง ๆ ก่อน จากนั้นเมื่อใกล้ที่จะหมดวาระประมาณ 3-6 เดือน อาจจะตัดสินใจให้แน่ชัดอีกที เนื่องจากต้องดูปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น งานที่จะทำต่อมีความท้าทายหรือไม่ ยังรู้สึกสนุกกับงานที่จะทำหรือเปล่า รวมทั้งต้องคำนึงถึงเรื่องสุขภาพด้วย เพราะงานในตำแหน่ง “ผู้ว่าการ กกท.” เป็นงานที่หนักมาก ต้องทำงานทุกวัน เพื่อขับเคลื่อนงานต่าง ๆ
“ผมยังไม่ได้ตัดสินใจนะ เพราะยังมีเวลาอีกนาน ตอนนี้ขอทำงานหลาย ๆ อย่างให้เสร็จก่อน แต่ก็เริ่มแอบคิดเล่น ๆ เหมือนกัน ถ้าถามตอนนี้ผมอาจจะไม่ทำต่อก็ได้ ต้องดูหลาย ๆอย่างประกอบกัน ที่สำคัญก็คือ ความมุ่งมั่นและความสนุกที่จะทุ่มเททำงาน หากนั่งทำงานแล้วมีความทุกข์ ไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรได้ ผมก็ไม่เอา แต่ผมไม่อยากคิดอะไรมาก ขอทำงานก่อน อยากเร่งทำศูนย์กีฬามวกเหล็ก ให้เปิดใช้ได้ในปลายปีนี้ แล้วก็ยังมีศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติที่พัทยาอีก ที่อยากจะเริ่มให้ได้ใช้ในปีหน้า และก็เตรียมนักกีฬาไทยเข้าแข่ง 5 รายการในปีนี้ รวมทั้งการแข่งขันในปีหน้า ที่มีงานสำคัญอย่าง กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ รออยู่ ทุกสิ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับ บอร์ด กกท. ด้วยว่า อยากให้ผมทำงานต่อหรือไม่ เรื่องนี้ยังไม่ต้องรีบคิด” บิ๊กหนุ่ม กล่าว
สำหรับการดำรงตำแหน่งของนาย กนกพันธุ์ เมื่อครบวาระวันที่ 20 พ.ย. 53 นั้น ก็ขึ้นอยู่กับ บอร์ด กกท. ว่า หากพอใจการทำงาน ที่ผ่านมา ก็สามารถต่ออายุการทำงานให้กับ นายกนกพันธุ์ ได้อีก 1 วาระ (4 ปี) โดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการสรรหาใหม่ แต่ถ้าหาก บอร์ด กกท. ไม่เห็นชอบให้ต่ออายุการทำงาน หรือ นาย กนกพันธุ์ ไม่ขอรับตำแหน่งต่อ ก็จะเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ทันที แต่หาก บอร์ด กกท. เห็นชอบให้ต่ออายุการทำงาน และนายกนกพันธุ์ ยอมรับตำแหน่งต่อไป ก็จะทำงานได้อีก 1 วาระเท่านั้น เพราะตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตร ฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2550 ระบุเอาไว้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ คณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจนั้น จะจ้าง ผู้บริหารเดิมต่อ หลังจากครบกำหนดตามสัญญาจ้างแล้ว สามารถแต่งตั้งผู้บริหารคนนั้นให้ดำรงตำแหน่งต่อได้ทันที (อายุต้องไม่เกิน 60 ปี) โดยไม่ต้องดำเนินกระบวนการสรรหาใหม่ แต่จะจ้างเกินสองคราวติดต่อกันไม่ได้ นั่นก็คือ ผู้ว่าการ กกท. จะนั่งทำงานติดต่อกันเกิน 8 ปี ไม่ได้ ซึ่งในกรณีของนายกนกพันธุ์ เมื่อครบกำหนดวาระแรก จะมีอายุเพียง 56 ปีเท่านั้น จึงสามารถนั่งทำงานต่อไปอีก 4 ปีได้อย่างไม่มีปัญหา.
