พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล ผู้บังคับการตำรวจจราจร แจ้งเตือนประชาชนที่จะออกเดินทางช่วงหยุดยาวอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษานี้ พล.ต.ต.วีระพัฒน์ บอกว่า กองบังคับการตำรวจจราจรจะเพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันและลดอุบัติภัย โดยกำหนดตั้งจุดตรวจและเข้มงวดการจับกุมความผิดเกี่ยวกับ “3ม 2ข 1ร” โดย ม ตัวแรก หมายถึง เมาแล้วขับขี่รถ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5 พันบาทถึง 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งพักใช้ใบขับขี่ของผู้นั้นไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบขับขี่และอาจถูกคุมประพฤติให้บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ม ตัวที่สอง หมายถึง ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย โทษปรับไม่เกิน 500 บาท แต่ถ้าผู้ขับขี่ให้ผู้โดยสาร มิได้สวมหมวกนิรภัยแล้ว มีโทษปรับเป็น 2 เท่า (ปรับไม่เกิน 1 พันบาท) ถูกตัดแต้ม 10 คะแนน และยึดใบขับขี่ 15 วัน ม ตัวที่สาม หมายถึง ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีอุปกรณ์ไม่สมบูรณ์ เช่น ไม่มีกระจกมองข้าง ไม่มีสัญญาณไฟเลี้ยว เป็นต้น ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ข ตัวแรก หมายถึง ขับขี่รถต้องมีใบขับขี่ ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ข ตัวที่สอง หมายถึง ผู้ขับขี่รถยนต์ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับขี่ ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ถูกตัดแต้ม 10 คะแนน ยึดใบขับขี่ 15 วัน สำหรับ ร ตัวสุดท้าย หมายถึง ขับรถเร็วเกินกว่าอัตรากำหนด ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถูกตัดแต้ม 30 คะแนน ยึดใบขับขี่ 15 วัน กรณีที่มีการตัดแต้มและยึดใบขับขี่นั้น หากกระทำความผิดในข้อหาเดิมภายในเวลาไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันกระทำความผิดครั้งแรก จะต้องเข้ารับการอบรมวิชากฎหมายจราจรเบื้องต้นที่งานอบรมผู้กระทำผิดกฎหมายจราจร กองบังคับการตำรวจจราจร และต้องผ่านการทดสอบก่อนจึงจะได้รับ ใบขับขี่คืน กรณีเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี กระทำความผิดจะพิจารณาดำเนินคดีกับบิดามารดาหรือผู้ปกครองอีกด้วย ทั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน จึงขอความร่วมมือจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองควรกวดขันดูแลบุตรหลานไม่ให้ฝ่าฝืนกฎหมายด้วย.
