นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว. ศึกษาธิการ กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องอุดมศึกษาไทยกับการพัฒนาประเทศ : ภาพสะท้อนความเป็นจริงในปัจจุบันและแนวทางในอนาคต ในการประชุมวิชาการระดับชาติ “2552 ปีแห่งคุณภาพการอุดมศึกษาไทย” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ว่า การปฏิรูปการศึกษารอบ 2 ได้กำหนดเป้าหมายชัดเจนที่จะต้องทำให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ แต่ต้องยอมรับว่ารัฐไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะทำเรื่องคุณภาพการศึกษาโดยลำพังได้ ดังนั้นจึงต้องดึงทุกภาคส่วนเข้ามาร่วม นายจุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า จากการที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ได้ประเมินสถาบันอุดมศึกษา 202 แห่ง พบว่ามีถึง 17 แห่งที่ไม่ผ่านการประเมิน ซึ่งถ้าเจาะลึกลงไปอีกยังพบว่ามีหลักสูตรถึง 69 กลุ่มสาขาวิชาที่เปิดสอนแต่ไม่มีคุณภาพ และต้องปรับปรุง เช่น มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ บริหารศาสตร์ พาณิชยศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่อุดมศึกษาจะต้องไปคิดว่าจะปรับปรุงอย่างไรให้มีคุณภาพอย่างเร่งด่วน รวมทั้งต้องดูด้วยว่าจะจัดการศึกษาอย่างไรให้มีคุณภาพมากกว่าเน้นเชิงพาณิชย์อย่างที่บางแห่งทำอยู่ ตลอดจนต้องสร้างค่านิยมให้แก่สังคมไทยใหม่ให้มาเรียนเพื่อความรู้มากกว่าใบปริญญา ขณะเดียวกันสภามหาวิทยาลัย ซึ่งมีบทบาทหน้าที่สำคัญจะต้องมาช่วยกันดูแลรับผิดชอบเรื่องคุณภาพการจัดการศึกษาด้วย ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า สถาบันอุดมศึกษาต้องเอาใจใส่ต่อสังคมไทยมากขึ้น โดยต้องจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ เพราะหากให้บริการที่ไม่มีคุณภาพจะถูกฟ้องร้องได้ นอกจากนี้จะเห็นว่าระบบการศึกษายังไม่นำคนไปสู่วิชาชีพ ซึ่งเป็นการชี้นำที่ผิด และเราต้องมองภาพใหญ่ของบ้านเมือง ไม่ใช่มองผลประโยชน์ใครผลประโยชน์มัน ซึ่งตนมีความเห็นสวนกระแสอุดมศึกษาที่ว่าควรจะช่วยกันสนับสนุนให้คนเรียนอาชีวศึกษาให้มากกว่าเรียนมหาวิทยาลัย เพราะประเทศกำลังต้องการคนเข้าสู่วิชาชีพจำนวนมาก.
