‘ปู่ชัย-อภิสิทธิ์’ โยนกันอุตลุด
สภาส่อเลื่อนพิจารณา “พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน” วันจันทร์นี้ “ปู่ชัย-มาร์ค” โยนกันอุตลุต ฝ่ายแรกรอถามใจรัฐนาวายอมให้ส่ง “ศาล รธน.” หรือไม่ ขณะที่ “มาร์ค” ให้ “พ่อเนวิน” ตัดสินใจ พร้อมวอนทุกฝ่ายไฟเขียว พ.ร.ก. กระตุ้น ศก. ส่วน “ปชป.” ท้า “เพื่อไทย” วอล์กเอาต์ไม่ร่วมถก “พ.ร.ก.กู้เงิน” แถมโยน “เสื้อแดง” เป็นแพะ ทำให้รัฐบาลต้องกู้เพื่อชาติ ฮึ่ม “พรรคร่วม” ห้ามโดดประชุมสภา ชี้ พ.ร.ก.คว่ำรัฐบาลต้องไขก๊อก ฝ่าย “ชวรัตน์” ลั่น ตอนนี้ “ภูมิใจไทย” ไม่แยกวง แต่อนาคตไม่แน่ แย้มอีก 1 เดือนมีคำตอบปรับ ครม. ด้าน “ส.ว.” รุมสับ “เรืองไกร” ปูดเรื่องไม่จริง ฟาก “ปชป.” สะดุ้งตามกลิ่นล็อบบี้ต่ออายุ ส.ว.ลากตั้ง
“มาร์ค”อ้อนสภาไฟเขียว พ.ร.ก.
เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ จ.ชลบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทาง เศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 จำนวน 4 แสนล้านบาทว่า ถ้าประธานสภาตรวจสอบว่าการยื่นเข้าเงื่อนไขถูกต้องแล้วส่งไปยังศาลรัฐ ธรรมนูญก็ต้องชะลอการพิจารณา พ.ร.ก. ฉบับนี้ไว้ก่อน แต่ทราบจากคณะกรรมการ ประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลว่าวันที่ 18 พ.ค. จะยังมีการประชุมสภา เพราะมีวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทอีกฉบับ
นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลยังยืนยันถึงความจำเป็นและต้องร้องขอความสนับสนุนจากทุกฝ่าย เพราะสิ่งที่ทำทั้งหมดมีเป้าหมายชัดเจน คือ การสนับสนุนให้เศรษฐกิจเดินได้ มีการจ้างงาน ปรับปรุงบริการพื้นฐานทั้งเรื่องแหล่งน้ำ เส้นทางคมนาคม โรงเรียน สถานีอนามัย สนับสนุนการท่องเที่ยว และการทำเศรษฐกิจในเรื่องที่อิงกับความคิดสร้างสรรค์ ส่วนอะไรที่ไม่จำเป็นได้แยกอยู่ใน พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทอยู่แล้ว
เมินเฉย“พธม.”ตั้งพรรคแข่ง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มพันธ มิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะตั้งพรรคการเมืองว่า ทุกคนมีสิทธิตั้งพรรคอยู่แล้ว ในระบอบประชาธิปไตย การมีการแข่งขันทางการเมืองเป็นเรื่องที่ดี และการเสนอตัวเป็นทางเลือกให้กับประชาชนเป็นเรื่องที่ดี ส่วนที่มีข่าวว่า ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์บางส่วนอาจถูกดึงไปร่วมกับพรรคดังกล่าวด้วยนั้น นายอภิสิทธิ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นักการเมืองก็ต้องพิจารณาว่าการทำงานอยู่กับพรรคการเมืองใดนั้นต้องมั่นใจใน อุดมการณ์ ถ้าคิดว่ามีพรรคการเมืองที่ดีกว่าและย้ายไปด้วยอุดมการณ์ก็ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาจะกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังไม่ได้วิเคราะห์ลึกลงไปขนาดนั้น แต่เรายังเดินหน้าเตรียมความพร้อมเต็มที่ หลังปิดสมัยประชุมสภาแล้วพรรคจะไปจัดสัมมนากัน
อ้างกู้เงินเพราะ“เสื้อแดง”ป่วน
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ส.ส.ฝ่ายค้าน ยื่นเรื่องตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า พรรคพร้อมจะให้กระบวนการตรวจสอบดำเนินไปตามกฎหมาย แต่การออก พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับ มีความจำเป็นเพื่อพลิกสภาพเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในระดับต่ำสุดให้กลับ มาเป็นบวกภายในปีนี้ได้หรือไม่
ส่วนที่พรรคเพื่อไทยกล่าวหาว่าการออก พ.ร.ก.ดังกล่าวมาจากการบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาดนั้น โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะความจำเป็นในการออก พ.ร.ก. เกิดขึ้นจากเหตุการณ์การชุมนุมในช่วงสงกรานต์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิด ขึ้น ซึ่งไม่ทราบว่าพรรคเพื่อไทยรู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายประคับประคองบ้านเมือง
ห้าม ส.ส.พรรคร่วม รบ. โดดร่ม
นพ.บุรณัชย์ กล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทยขู่วอล์กเอาต์ ไม่ร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.ก. ดังกล่าวว่า เบื้องต้นวิปฝ่ายค้านบอกชัดแล้วว่าขอฟังการประชุมก่อน ซึ่งเป็นเรื่องดีที่จะทำให้การประชุมสภาเดินไปได้ แต่หลังจากนั้นขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญจะตีความออกมาอย่างไร ในส่วนรัฐบาลซึ่งมีหน้าที่ดูแลเสียง ส.ส. ให้ครบองค์ประชุมเป็นเรื่องต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น เพราะร่างกฎหมายนี้ถือว่ามีความสำคัญ พรรคร่วมรัฐบาลต้องแสดงให้เห็นถึงความสำคัญด้วยการเข้าร่วมประชุมกันอย่าง พร้อมเพรียงกัน ทั้งนี้ได้มีการกำชับไปยัง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลหลายครั้ง ส่วนจะมีการคาดโทษกันอย่างไรถือเป็นเรื่องของแต่ละพรรค
ต่อข้อถามว่า มีข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์เคยขู่ว่าหาก ส.ส. ไม่เข้าประชุมจะไม่ส่งลงเลือกตั้งในสมัยหน้า โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการจัดทำรายชื่อให้ผู้ที่ไม่เข้าร่วมประชุมสภาได้ชี้แจงเหตุผลแล้ว แต่ล่าสุด ส.ส. แต่ละคนยืนยันว่าจะเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียง
มั่นใจเอกภาพ“รัฐบาล”แข็งปั๋ง
เมื่อถามว่า ถ้ากฎหมายเกี่ยวกับการเงินถูกคว่ำกลางสภา รัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือไม่ นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ถูกต้องแต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กังวลต่อปัญหานี้ เพราะถือเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่จะไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้น ส่วนกระแสข่าวการยุบสภานั้น จากการประเมินของคณะทำงานปฏิบัติการเพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมือง (วอร์รูม) พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคให้การสนับสนุนแนวทางการยึดมั่นเวทีรัฐสภาอย่างเต็ม ที่ ดังนั้นเงื่อนไขการยุบสภาที่จะเกิดจากความไม่เป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล หรือความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัตินั้นไม่มีอย่างแน่นอน
นพ.บุรณัชย์ กล่าวปฏิเสธว่า กระแสข่าวเรื่องใบสั่งยุบพรรคและให้ดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่เป็น ความจริง ผู้ที่ออกมาพูดไม่มีหลักฐานตามที่กล่าวอ้าง ขอยืนยันว่าหลักการการทำงานของพรรค คือ ให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเท่าเทียมกัน ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เคารพในสิทธิของ พ.ต.ท. ทักษิณ ที่ยืนยันจะต่อสู้ถึงความบริสุทธิ์ แต่ขอให้วิธีการที่ต่อสู้อยู่ใต้กฎหมาย ไม่ทำร้ายประเทศชาติ
ด่ากราด“พท.”ถ่วงสมานฉันท์
ส่วนกรณีที่มีกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐ ธรรมนูญ บางคนใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์หลายครั้งนั้น โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าพรรคจะนำทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป การเมืองหรือรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กระทบความรู้สึก เข้าสู่กระบวนการรับฟังความเห็นจากประชาชนก่อนที่จะมีคำตอบเป็นรูปธรรม โดยจะต้องสร้างความเห็นพ้องในวงกว้างให้ได้
นพ.บุรณัชย์ กล่าวด้วยว่า ก่อนที่กรรมการบางคนจะกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้กลับไปดูตัวเองก่อนว่าในขณะที่เข้าร่วมกระบวนการสมานฉันท์ แต่โครงข่ายบางส่วนของพรรคเพื่อไทยเดินหน้า ปลุกระดมแจกใบปลิวใต้ดิน สร้างความแตกแยก และยังทำลายความน่าเชื่อถือของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการชุมนุมทาง การเมือง มีการสร้างความสับสนในเรื่องของคนตาย ไม่รอให้กรรมการชุดนี้สอบสวนก่อน จึงถือว่าทำให้กระบวนการสร้างความสมานฉันท์เดินหน้าได้ยากขึ้น
ท้าฝ่ายค้านบอยคอตถก พ.ร.ก.
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยขู่วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมในการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่างจากการประชุมรัฐสภา ที่รัฐบาลสามารถควบคุมเสียงได้ การที่พรรคเพื่อไทยขู่วอล์กเอาต์ ตนอยากจะบอกว่าช้าไปแล้วต๋อย เพราะคนทั่วไปรู้อยู่แล้วว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยเข้าประชุม หรือถ้าเข้าประชุมก็เพียงมารวนการประชุมเท่านั้น ไม่เคยกดโหวตให้กฎหมายฉบับใดที่รัฐบาลเสนอ ดังนั้นรัฐบาลจึงมีภูมิต้านทานการไม่เข้าประชุมของฝ่ายค้านอยู่แล้ว ยิ่งฝ่ายค้านไม่ประชุมยิ่งเป็นเรื่องดี เพราะจะได้ไม่มีการอภิปรายตีรวน และการพิจารณากฎหมายดังกล่าวจะเสร็จได้โดยเร็ว เรื่องที่กฎหมายดังกล่าวจะคว่ำสภาจึงเป็นไปได้ยากมาก แต่เชื่อว่าเมื่อถึงเวลา ส.ส.พรรคเพื่อไทยคงไม่วอล์กเอาต์ เพราะจะเสียโอกาสในการขัดขวางการทำงานของรัฐบาล
“ปู่ชัย”ไม่ดื้อแพ่งส่งศาล รธน.
ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทย เข้าชื่อขอให้ส่ง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นเรื่อง แต่ในวันที่ 18 พ.ค. จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมสภา เพื่อขอความเห็นจากรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไร ถ้ารัฐบาลไม่ขัดข้องตนจะถอนเรื่องกลับเพื่อรอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ดีไม่ได้มองว่าเรื่องนี้เป็นเกมการเมือง แต่เห็นใจการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน เพราะอาจจะคิดว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 ประธานสภาจึงไม่ควรดื้อ และไม่มีสิทธิไปห้าม ส.ส. ทำหน้าที่ เพราะการทำงานของตนดูกฎหมายเป็นหลัก
นายชัย ยังเปิดเผยถึงการหารือกับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ว่า ไม่ได้หารือเรื่องความแตกแยกในพรรคภูมิใจไทย ไม่มีเรื่องแตกแยก ไม่ได้พูดคุยเรื่องการเมือง และไม่เคยได้ยินพรรคร่วมรัฐบาลบอกว่าไม่พอใจการจัดสรรงบประมาณ อีกทั้งไม่เชื่อว่าจะมีการปรับ ครม. ในช่วงนี้
“เสี่ยจิ้น”ยัน“ภท.”ไม่แตกแน่
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาด ไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวกลุ่มเพื่อนเนวิน กดดันนายสร อรรถ กลิ่นประทุม ให้เปลี่ยนตัวนายชาติชาย พุคยาภรณ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่า ตอนนี้ไม่มีปัญหา ไม่มีใครมารายงานเรื่องนี้ แต่ยอมรับว่านายชาติชายไม่ได้เข้าร่วมประชุมพรรคภูมิใจไทยเลย เชื่อว่านายชาติชายอาจติดภารกิจที่สำคัญจึงไม่ได้เข้าร่วม
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า การไม่เข้าร่วมประชุมพรรคถือว่าเป็นปัญหาบ้างเล็กน้อยในการทำงานร่วมกัน ยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทยใช้ระบบต่างคนต่างกลุ่มดูแลในส่วนของตัวเองเหมือนกับ พรรคอัมโนของมาเลเซีย แต่ก็ยังไม่มีปัญหาอะไรในการทำงานร่วมกัน ทั้งนี้ปัญหาของนายชาติชายไม่ถึงกับทำให้พรรคแตก ส่วนในการเลือกตั้งครั้งต่อไปกลุ่มต่าง ๆ อาจจะไม่อยู่ร่วมกันอีกก็เป็นเรื่องของอนาคต ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาเลือกตั้ง
จับตา 1 เดือนปรับ ครม. หรือไม่
ต่อข้อถามว่า จากกรณีนี้จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า นายกฯ กำหนดไว้ว่า 6 เดือนจึงจะมีการปรับครม. ขณะนี้เหลือเวลาอีกเดือนกว่า รอให้ถึงกำหนดแล้วตนจะบอก ที่ผ่านมายังไม่เคยได้พูดคุยหรือทำความเข้าใจกับนายชาติชาย
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมรัฐบาลไม่พอใจพรรคประชาธิปัตย์ใน การจัดงบประมาณว่า ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ จาก พรรคร่วมด้วยกัน ตอนนี้ยังทำงานได้ หากมีปัญหาเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลคงต้องนัดหารือกันก่อน เมื่อถามว่านายกฯ เรียกแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลไปหารือที่บ้านพิษณุโลกกะทันหันและนายชวรัตน์ไม่ เข้าร่วมประชุมถือเป็นการส่งสัญญาณแสดงความไม่พอใจหรือไม่ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่มีอะไร เพียงแต่ตนไม่ได้รับข้อความเชิญเข้าประชุมก็เท่านั้น
“ปู่สุข”ซัดคนขวางแก้ รธน.50
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหายุติความขัดแย้งในสังคมของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ยังเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะดำเนินการได้บรรลุผลสำเร็จตามที่ทุก ฝ่ายตั้งความหวังไว้ แต่เรายังสรุปอะไรตอนนี้ไม่ได้ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่
ส่วนที่นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กรรมการฯ ในโควตาวุฒิสภา ขู่จะถอนตัวนั้น ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ยืนยันว่านายเจิมศักดิ์จะไม่ลาออกแน่นอน เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายประสพสุข กล่าวว่า หากส่วนใหญ่เห็นอย่างไรก็ต้องเป็นไปในแนวนั้น ดูบรรยากาศแล้วทุกฝ่ายต้องถอยบ้าง ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะหากฝ่ายไหนขวางไม่ยอมให้แก้ก็แสดงว่าไม่ถอย แล้วอย่างนี้จะสมานฉันท์กันได้อย่างไร
“ดิเรก”ชี้“เรืองไกร”ปล่อยมุก
นายดิเรก ถึงฝั่ง ประธานคณะกรรม การสมานฉันท์ฯ กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ระบุว่าถูกล็อบบี้ให้สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อแลกกับวาระการดำรงตำแหน่ง ส.ว.สรรหา จาก 3 ปีเป็น 6 ปีว่า น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันทางความคิดมากกว่า น่าจะเป็นการพูดเล่นกันสนุก ๆ ในวงกาแฟของเพื่อน ส.ว. เพราะในข้อเท็จจริงยังไม่เห็นมีใครพูดเรื่องนี้กันเลย ในแต่คณะอนุกรรมการยังไม่ได้พิจารณาไปถึงเรื่องนี้ว่าจะต้องมีการเปลี่ยน แปลงแก้ไขหรือไม่ ขั้นตอนขณะนี้กำลังรวบรวมความเห็นจากทุกพรรคการเมือง โดยที่ประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ วันที่ 19 พ.ค. นี้ จะให้ คณะอนุกรรมการทั้ง 3 คณะ รายงานความคืบหน้า
ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ กล่าวอีกว่า ได้ส่งหนังสือสอบถามความเห็นไปยังนักวิชาการทั่วประเทศ สภาพัฒนาการเมือง รวมถึงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธ มิตรฯ และนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้ช่วยให้ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาให้เราด้วย นอกจากนี้ได้เปิดตู้ ป.ณ. 789 รัฐสภา เพื่อให้ประชาชนส่งข้อเสนอแนะมายัง คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ด้วย
“ปชป.”ชงเพิ่มโทษมาตรา 237
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งเอกสารเสนอความเห็นเกี่ยวกับปัญหาการบังคับใช้รัฐ ธรรมนูญปี 2550 มาให้แล้ว อาทิ มาตรา 190, 265, 266 ส่วนมาตรา 237 หากจะแก้ไขก็ต้องเพิ่มบทลงโทษคนที่กระทำผิดให้เป็นมาตรการป้องปรามการซื้อ สิทธิขายเสียง ซึ่งในการประชุมคณะอนุกรรมการฯสัปดาห์หน้า จะพิจารณาในเรื่องเหล่านี้พอดี รวมถึงเรื่องที่มาของ ส.ว.ด้วย
ส่วนกรณีนายเรืองไกร ระบุว่าถูกล็อบบี้ให้สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แลกกับการอยู่ในวาระการเป็น ส.ว. เพิ่มอีก 3 ปีนั้น ประธานอนุกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ กล่าวว่า ไม่น่าจะมีใครไปล็อบบี้อย่างนั้น เพราะเรื่องนี้ยังไม่มีการหารือกันเลยว่าจะเอาอย่างไร จะให้คงอยู่แบบเดิมนี้ หรือจะแก้ให้กลับไปเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด จึงไม่น่าจะเป็นเหตุผลให้เกิดการต่อรองอะไรได้
โวยนักการเมืองอย่าเกี๊ยะเซียะกัน
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกรระบุว่าถูกล็อบบี้ให้สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แลกกับการอยู่ในวาระการเป็น ส.ว. เพิ่มอีก 3 ปีว่า ถ้าเป็นจริงแสดงว่าทุกคนทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง อยากถามว่าประชาชนได้ ประโยชน์อะไร เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้กลายเป็นเรื่องเกี๊ยะเซียะระหว่างนักการ เมืองด้วยกัน ดังนั้นศรัทธาของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองก็จะต่ำลง และเป็นการถอยหลังลงคลอง
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคคงมีการตรวจสอบว่าเรื่องนี้เป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน และถ้าเป็นประเด็นที่จะเป็นเรื่องตกลงเรื่องประโยชน์กันเอง พรรคก็จะตามไปคัดค้าน อะไรก็ตามหากไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม พรรคก็จะไม่ยอม และพรรคก็คงรับฟังความเห็นของประชาชนไปพร้อม ๆ กันโดยผ่านเว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ และการลงพื้นที่ของ ส.ส.
“ส.ส.วางมวย”ทำคนเบื่อหน่าย
วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่องผลกระทบจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกลางสภาของ ส.ส. โดยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่สนใจติดตามข่าวดังกล่าวในเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,410 คน พบว่า ร้อยละ 73.1 ระบุว่าส่งผลกระทบต่อ ความรู้สึกของประชาชน เพราะทำให้ขาดความเชื่อมั่น หมดความศรัทธาในตัวนักการเมือง รู้สึกเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชน ร้อยละ 71.42 ยังระบุด้วยว่าเหตุการณ์วิวาทดังกล่าวทำให้สภาขาดความศักดิ์สิทธิ์ ระบบรัฐสภาไทยมีความอ่อนแอ ตกต่ำลง ขาดความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทย
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดกรณีทะเลาะวิวาทในสภานั้น กลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าเกิดจากการขาดการควบคุมอารมณ์ วู่วาม ขาดสติ มากที่สุด รองลงมา คือ นิสัยส่วนตัว ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ขาดจริยธรรมในการเป็นนักการเมือง ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบการประชุม และขาดวินัย ตามลำดับ ส่วนวิธีแก้ไข ได้แก่ สร้างจิตสำนึก ประธานสภาต้องเข้มงวดเด็ดขาด เร่งสร้างความสมานฉันท์ ควรมีบทลงโทษรุนแรง.