
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (1 ก.ค.) เมื่อเวลา 16.30 น.ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีนักข่าวหญิงจากสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ประจำกระทรวงสาธารณสุข ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ว่า ผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบว่า นักข่าวหญิงคนดังกล่าวเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จริง ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยปลอดภัยดี ไข้ลดแล้ว ด้านนักข่าวหญิงคนดังกล่าว (ขอสงวนชื่อ) บอกว่า มีอาการไข้และเข้ารับการรักษาตัวที่สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้รับแจ้งจาก นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขว่า ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และบอกว่า ไม่ต้องตกใจ เพราะอาการไม่รุนแรง อีกทั้งก็จะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต ทั้งนี้ไม่รู้ว่าตัวเองไปติดโรคมาได้อย่างไร แต่แพทย์ให้ข้อมูลว่าร่างกายเราอาจอ่อนแออยู่แล้ว พอไปสถานที่แออัดอาจทำให้ได้รับเชื้อมาได้ อีกทั้งตนมีอาการหอบหืดด้วย ตอนนี้แพทย์ได้ให้กินยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ อาการไข้ไม่มีแล้ว สบายดี ทั้งนี้ทราบมาว่า ทางสถานีคงจะมีการทำความสะอาดสำนักงานครั้งใหญ่เร็ว ๆนี้. หวัดสายพันธุ์ใหม่คร่าอีก 2 ชีวิต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (1 ก.ค.) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.ศุภมิตร ชุณสุทธิ์วัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค และ พญ.วารุณี จินารัตน์ ผอ.รพ.ราชวิถี การการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันแถลงข่าวการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 จำนวน 2 ราย นายวิทยา กล่าวว่า ในวันนี้มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2 ราย เป็นรายที่ 4 และ 5 โดยที่ 4 เป็นหญิงอายุ 15 ปี เสียชีวิตที่ รพ.ชลบุรี ส่วนอีกรายเป็นพนักงานทำความสะอาดอายุ 45 ปี เสียชีวิต ที่ รพ.ราชวิถี ซึ่งตนและผู้บริหารทุกคนขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตทุกราย และเข้าใจว่า เมื่อมีการเสียชีวิตถึง 5 ราย คงจะเกิดความวิตกกังวลในหมู่ประชาชน ดังนั้นขอเรียนว่ามาตรการของกระทรวงสาธารณสุขที่ผ่านมาได้ให้การป้องกันและดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มที่ และกระทรวงสาธารณสุขจะมีการเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตทุกรายว่า เพื่อให้ทราบองค์ความรู้ในการป้องกันและรักษาผู้ป่วยต่อไป เมื่อถามว่า มีความเห็นอย่างไรกรณีที่ รมว.สาธารณสุขของอาร์เจนตินา แสดงความรับผิดชอบลาออกเมื่อมีผู้เสียชีวิตถึง 26 คน นายวิทยา กล่าวว่า ขอเรียนว่า ตนพร้อมรับฟังความคิดเห็น ไม่ว่าจะคิดอย่างไร ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุข ได้พยายามดำเนินการทุกมาตรการเพื่อให้ลดผลกระทบต่อประชาชนมากที่สุด และตนได้เรียกร้องมาโดยตลอดว่า หากมีคำแนะนำอะไรที่เป็นประโยชน์ก็พร้อมรับฟัง ไม่ปิดกั้นขอให้บอกมา ด้าน นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผู้ป่วยรายที่ 4 เป็นหญิงอายุ 15 ปี เสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 10.45 น. วันที่ 1 ก.ค. ที่ รพ.ชลบุรี ผู้เสียชีวิตรายนี้มีโรคประจำตัวหลายโรค คือ โรคเบาหวาน เบาจืด และโรคเลือด โดยเม็ดเลือดไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดได้ เป็นโรคโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดขาวต่ำ โดยมีระดับเม็ดเลือดขาวประมาณ 1,000 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิลิตร ทำให้ภูมิตานทานโรคต่ำ นอกจากนี้ยังเคยผ่าตัดเนื้องอกในสมองมาแล้ว และมีความพิการ ตัวเล็ก ได้มานอน รพ.ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ส่วนรายละเอียดการเสียชีวิตทาง ผอ.รพ.ชลบุรี และ ทางผู้ว่าฯ คงจะมีการแถลงรายละเอียดที่ จ.ชลบุรี ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการในการดูแลรักษาประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ขอให้ประชาชนมั่นใจ โดยขณะนี้ทุกโรงพยาบาลได้จัดช่องทางด่วนสำหรับผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ มีระบบการคัดกรองเป็นการเฉพาะแยกจากผู้ป่วยทั่วไป รวมทั้งมีห้องแยกที่เป็นระบบปิดในโรงพยาบาลทุกแห่ง เพื่อไม่ให้มีการแพร่เชื้อออกไปสู่ภายนอก ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกเมื่อ 3-4 ปีก่อน ทั้งนี้ ประชาชนที่ป่วยเป็นไข้หวัด หากมีไข้สูง หายใจเหนื่อยหอบ ขอให้รีบมาพบแพทย์ พญ.วารุณี จินารัตน์ ผอ.รพ.ราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สำหรับผู้เสียชีวิตรายที่ 5 เป็นพนักงานทำความสะอาดชายอายุ 45 ปี เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ราชวิถีเมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากมีไข้ 3 วัน เอ็กซเรย์พบว่ามีภาวะปอดบวม ซึ่งลุกลามรวดเร็วมากจนคนไข้มีอาการเหนื่อยหอบ จึงรับไว้รักษาใน รพ. และให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ หลังจากนั้นคนไข้มีอาการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีภาวะความดันโลหิตตก ปอดมีปัญหา จึงได้ย้ายเข้าห้องไอซียู ใช้เครื่องหายใจชนิดพิเศษ และให้ยาช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจ ช่วงแรกดูเหมือนอาการจะดี และพอรู้ตัว ต่อมา อาการทรุดลง ในช่วงค่ำของวันที่ 30 มิ.ย. โดยมีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ต้องใช้เครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจ 2 ครั้ง ความดันโลหิตยังคงลดต่ำลง นอกจากนี้ยังมีภาวะไตวายแทรกซ้อน ไตไม่ค่อยทำงาน แต่การตอบสนองไม่ค่อยดี และเสียชีวิตเมื่อเวลา 11.35 น. เนื่องจากภาวะไตวายเฉียบพลัน หัวใจล้มเหลว ซึ่งทางญาติผู้เสียชีวิตเองก็เข้าใจ เพราะทางแพทย์เจ้าของไข้ได้อธิบายให้ทราบตลอดเวลาว่าคนไข้อาการหนัก โดยญาติก็ไม่อยากให้มีการยื้อชีวิตปั๊มหัวใจคนไข้ขึ้นมาอีก อย่างไรก็ตามผู้ป่วยรายนี้มีประวัติดื่มเหล้าและสูบบุหรี่มาเป็นเวลานาน นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ที่ผ่านมาญาติผู้เสียชีวิตไม่อนุญาตให้ผ่าพิสูจน์ศพ เพราะเกรงจะส่งผลกระทบต่อครอบครัว ดังนั้นจะพยายามขอร้องญาติผู้ป่วยในการผ่าพิสูจน์ศพ เพื่อดูอวัยวะภายในว่า ในผู้เสียชีวิตอาการรุนแรงนั้น พบความผิดปกติที่อวัยวะส่วนใดบ้าง ปอดเป็นอย่างไร นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ก็เหมือนไข้หวัดตามฤดูกาลทั่วไป แต่กรณีมีผู้เสียชีวิตก็คงจะมีการรวบรวมผู้ป่วยหนักและมีอาการรุนแรงจนเสียชีวิต เพื่อมาวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิตและแนวทางการรักษาต่อไป อย่างไรก็ตามขณะนี้มีคนไข้อาการหนักที่นอนรักษาตัวใน รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ใน จ.ชลบุรี จำนวน 1 ราย เป็นหญิงอายุ 21 ปี อาการยังทรง ๆ และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากกรณีมีผู้เสียชีวิตรายล่าสุดที่เป็นพนักงานทำความสะอาดห้างดัง ทำให้พบว่า อาชีพทำความสะอาด ก็เป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน เพราะอาจจะติดจากคนที่ไปช็อปปิ้ง หรือติดจากการทำความสะอาดก็ได้ ดังนั้นในวันศุกร์ที่ 3 ก.ค. นี้กรมอนามัย และกรมควบคุมโรค จะเชิญเจ้าของบริษัททำความสะอาดมาให้ความรู้และคำแนะนำในการป้องกันเพื่อไม่ให้ติดโรค เช่น การสวมถุงมือขณะทำความสะอาดและการล้างมือหลังทำความสะอาด นพ.ศุภมิตร ชุณสุทธิ์วัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ที่เข้ารับการรักษาใน รพ.ส่วนหนึ่งประมาณ 1-10 % จะมีอาการมากจนต้องนอน รพ. และประมาณ 1 % จะเสียชีวิต โดย 70 % ที่มีภาวะเสี่ยง คือ มีโรคประจำตัว แต่อีก 30 %จะไม่ชัดเจน ขณะนี้ต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยมากพอสมควร กรณีของผู้เสียชีวิตทั้ง 5 คนจะพยายามศึกษารายละเอียดให้มากที่สุด เพื่อจะได้องค์ความรู้ว่า อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้อาการรุนแรงและเสียชีวิต อย่างไรก็ตามในขณะนี้แนวทางการรักษายังคงเหมือนเดิม คือ ผู้ป่วยที่อาการน้อย ไม่จำเป็นต้องได้รับยาโอเซลทามิเวียร์ แต่ะนำให้คำแนะนำและป้องกันตัวเอง และไม่ให้คนอื่นติด แต่หากมีอาการรุนแรงควรรีบมาพบแพทย์ทันที เช่น มีไข้ 2 -3 วันแล้วไม่ลด.
