กทม.ยันจะเดินหน้าต่อทุกอย่างต้องโปร่งใสเตรียมพร้อมทุกเรื่องรอแค่คำชี้ขาดจาก ป.ป.ช. นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณีที่เจ้าพนักงานสอบสวนกรณีความไม่โปร่งใสในโครงการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้สรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว โดยระบุว่าโครงการเข้าข่ายความผิดฐานฮั้วประมูลในหลายส่วน เช่น การจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาโครงการ การจัดตั้งให้บริษัทกรุงเทพธนาคม เป็นผู้บริหารโครงการรถบีอาร์ที และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ สถานีหยุดรถบีอาร์ที รวมถึงการจัดซื้อรถบีอาร์ที ว่า ขณะนี้ถือว่าขั้นตอนยังไม่สิ้นสุด เพราะดีเอสไอต้องส่งสำนวนไปให้ ป.ป.ช.พิจารณาชี้มูลต่อไป โดยเฉพาะประเด็นการตรวจสอบฮั้วประมูลการจัดซื้อรถบีอาร์ที ซึ่งหาก ป.ป.ช.ชี้ว่าขั้นตอนการประกวดราคาผิด กทม.จะดำเนินการยกเลิกโครงการทันที แต่หากชี้ว่าไม่ผิดก็ต้องรับรถมาเพื่อเดินหน้าโครงการต่อไป นายธีระชน กล่าวว่า ส่วนประเด็นการว่าจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ กทม. ถือหุ้น 100% นั้น ยืนยันว่าบุคลากรที่บริษัทจัดหามาทั้งฝ่ายปฏิบัติการและฝ่ายบริหาร ล้วนเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญการเดินรถสาธารณะ และที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าบริษัทสามารถบริหารโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีลม จากสถานีสะพานตากสิน-วงเวียนใหญ่ ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร ให้เปิดวิ่งทดสอบระบบได้ในวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามที่คณะผู้บริหารได้ประกาศไว้กับประชาชน ขณะที่การใช้จ่ายงบประมาณโครงการก็มีความโปร่งใส มีการก่อสร้างโครงสร้างสถานีเป็นไปตามกรอบงบประมาณและราคากลาง จำนวน 661 ล้านบาท ไม่มีการนำเงินนอกงบประมาณมาใช้แต่อย่างใด.
