เมื่อวันที่ 7 ก.ค. นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กมธ. มีข้อห่วงใยการดำเนินการของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชในหลายประเด็นคือ 1.โครง การปลูกป่าเพื่อลดภาวะโลกร้อน งบประมาณปี 2552 จำนวนกว่า 300 ล้านนบาท ซึ่งเหลือเพียงไม่ถึง 3 เดือนจะสิ้นปีงบประมาณ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้เตรียมการเพาะชำกล้าไม้ กมธ. จึงเกรงจะเกิดการทุจริตโครงการดังกล่าว 2.ในการบินตรวจสภาพป่า กมธ. ได้รับข้อมูลทางลับจากหลายพื้นที่ว่า ผู้รับผิดชอบด้านการบินกับผู้รับผิดชอบพื้นที่มีการฮั้วกัน คือหลีกเลี่ยงไม่บินตรวจในพื้นที่ถูกบุกรุก 3.มีการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างกว้างขวาง เช่น ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา มีการบุกรุกพื้นที่ป่าแล้วกว่า 1 หมื่นไร่ ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับการก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้าลงไปตรวจสอบในพื้นที่ 4.กรณีการทำแนวกันไฟส่อว่าจะมีการทุจริต แต่ยังไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง แม้งบประมาณจะถึงพื้นที่แล้วก็ตาม กมธ. ขอให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านมีส่วนร่วมใน การตรวจรับงบประมาณด้วย 5.ในเรื่องการฝึกอบรมบุคลากรในหน่วยงาน ขอให้เลือกหลักสูตรที่เหมาะสมโดยไม่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใด นายนริศกล่าวต่อว่า 6.สำหรับกรณีที่กรมอุทยานฯ กำลังจะเสนอขอซื้อปืนเพื่อนำมาใช้ในภารกิจลาดตระเวนนั้น กรมอุทยานฯต้องพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่า มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธในภารกิจลาดตระเวนเพียงอย่างเดียว ไม่มีเจตนาจัดซื้ออาวุธเพื่อเคลื่อนไหวรับใช้ผู้ใดทางการเมือง เพราะขณะนี้มีแรงต้านจากหลายฝ่าย นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานฯ ให้สัมภาษณ์ว่า กรมอุทยานฯ ยังยืนยันถึงความจำเป็นที่จะจัดซื้ออาวุธปืนเพื่อใช้ในโครง การลาดตระเวนป่า ซึ่งตั้งเป้าจัดซื้อปืนลูกซองจำนวน 1,130 กระบอก กระจายแจกจ่ายให้กับหน่วยพิทักษ์กว่า 800 แห่งทั่วประเทศ เฉลี่ยแล้วหน่วยละ 1 กระบอกเท่านั้น ขณะที่ปืนเอชเค 33 ที่จะขอยืมมาจากกองทัพก็ได้รับการตอบรับแล้วรวม 200 กระบอก ทั้งนี้ไม่ต้องเป็นห่วงว่าการ ซื้อปืนของกรมอุทยานฯ จะถูกนำไปใช้ในภารกิจ อื่น ๆ เพราะเรามีมาตรการควบคุมดูแลไม่ปล่อยให้นำปืนไปใช้ในการเคลื่อนไหวด้านอื่นแน่นอน คาดว่าปี 2553 หลังจากได้รับงบจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็จัดซื้อปืนแจกจ่ายได้ทันที.
