2tik.com

June 30, 2009

ครม.มีมติห้ามขายเหล้าวันพระใหญ่

Filed under: ข่าวการเมือง — admin @ 5:50 pm


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 มิ.ย.) เมื่อเวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่ ว่า ตนจะลงนามประกาศห้ามจำหน่ายแค่ 2 วัน คือ วันอาสาฬหบูชา วันที่ 7 ก.ค.นี้ และวันเข้าพรรษาวันที่ 8 ก.ค.นี้

เครือข่ายพระจี้รัฐห้ามขายเหล้าวันพระใหญ่ 

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่รัฐสภา เครือข่ายพระนักพัฒนา 14 องค์กรร่วมกับเครือ ข่ายเฝ้าระวังแอลกอฮอล์กรุงเทพ ได้ยื่นหนัง สือถึงนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข เพื่อทวงถามความคืบหน้ามาตรการห้ามขายน้ำเมาในวันพระใหญ่ คือ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา นอกจากนั้นยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลสนใจปัญหาสังคมและขอให้นายกรัฐมนตรี ลงนามห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยให้เริ่มต้นบังคับใช้ตั้งแต่ในวันที่ 7 ก.ค. นี้ ซึ่งเป็นวันอาสาฬหบูชา รวมทั้งรัฐบาล ควรเร่งรณรงค์ให้สังคมเห็นความสำคัญและ มีส่วนร่วมใน “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” ทั้ง นี้พระประทุม ปาวโร ผู้ประสานงานเครือ ข่ายพระสงฆ์ 14 องค์กร กล่าวว่า ในเดือน ก.ค. นี้ จะมีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ถึง 2 วัน คือ วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทุกฝ่ายจะได้ทบทวนและเชิญชวนมาสร้างบุญ สร้างกุศล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีควรรีบตัดสินใจในเรื่องนี้.

‘พรทิวา’ย้ำสงครามไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร

Filed under: ข่าวการเมือง — admin @ 5:50 pm

วันนี้ (30 มิ.ย.) ที่พรรคภูมิใจไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่ากระแส พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีผลต่อการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา ซึ่งพรรคจะมีการปรับยุทธศาสตร์เพื่อหวังผลการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป ทั้งนี้พรรคจะกำชับส.ส.ลงพื้นที่หาเสียงเป็นประจำอยู่แล้ว และจะให้ส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีก็ต้องลงพื้นที่ช่วยหาเสียงทำให้นโยบายของพรรคแพร่หลายในหมู่ประชาชน กรณีพรรคจะแก้ปัญหาการสร้างคะแนนนิยมดึง ส.ส.และ ปัญหา ส.ส.ไหลออกอย่างไร นางพรทิวา กล่าวว่า “ขณะนี้สงครามยังไม่จบอย่างเพิ่งนับศพทหาร ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นเพียงเลือกตั้งซ่อมไม่ใช่การเลือกตั้งใหญ่ เพราะเราเชื่อว่า นโยบายพรรคหากได้รับการเผยแพร่ต่อประชาชน เราจะกลายเป็นทางเลือกใหม่”.

นายกฯเมินทักษิณโฟนอิน-จี้กลับมารับโทษ

Filed under: ข่าวการเมือง — admin @ 5:50 pm


เมื่อเวลา 13.15 น. วันนี้ (30 มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เลขานุการ รมว.ต่างประเทศออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากดูไบ และเดินทางมายังประเทศในแถบเอเชียในขณะนี้ว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ยอมรับว่าได้ยินข่าวเหมือนกัน เมื่อถามว่า ขณะนี้จำเป็นต้องติดตามความเคลื่อนไหวหรือไม่ เพราะมีการโฟนอินเข้ามายังกลุ่มเสื้อแดงตลอดเวลา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การโฟนอินจะอยู่ที่ไหนก็ทำได้ทั้งนั้น แต่ถ้าเราทราบว่าอดีตนายกรัฐมนตรีพำนักอยู่ที่ไหนก็จะไปขอความร่วมมือว่า 1. อย่าให้ทำอะไรที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ 2.อย่าทำผิดกฎหมาย 3.ถ้ามีข้อตกลงที่จะส่งตัวมาได้ก็ขอให้ส่งตัวกลับมายังประเทศไทย หลักการของเราก็มีอยู่เท่านี้ “ผมไม่อยากจะพูดมากเดี๋ยวจะหาว่าผมใช้เวลาทำแต่เรื่องนี้ จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานตามปกติที่จะติดตาม” นายอภิสิทธิ์ กล่าว เมื่อถามว่านายกฯ ไม่ได้หวั่นวิตกอะไรใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ เพราะเราเป็นฝ่ายที่บอกให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาในประเทศ ไม่ใช่เราห้ามไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าหรือกลัวว่าจะเข้ามา ที่ผ่านมาตนบอกมาตลอดว่า อดีตนายกรัฐมนตรีควรกลับเข้ามารับโทษ และถ้าหากท่านจะกลับเข้ามารับโทษก็ตรงกับแนวคิดของเรา ต่อข้อซักถามว่าคิดอย่างไรที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังสื่อสารกับประชาชนโดยระบุว่าต้องกลับเข้ามาเพื่อล้างหนี้ที่พรรคประชาธิปัตย์ก่อไว้ นายอภิสิทธิ์ หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า ก็คิดว่าแปลกดี เพราะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง "ผมอยากจะย้ำเรื่องของการสร้างหนี้ต้องให้ชัดว่า ในรอบที่แล้วไม่ใช่รัฐบาลประชาธิปัตย์ที่ไปกู้เงินมาจากไอเอ็มเอฟ แต่เราเข้ามาก็เข้าใจว่า คนที่ไปกู้มีความจำเป็นเราก็ทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหา รัฐบาลประชาธิปัตย์ทำงานจนกระทั่งสามารถหยุดเบิกเงินจากไอเอ็มเอฟ คือ ไม่ต้องกู้ครบจำนวน และสามารถจะใช้หนี้คืนได้เร็วก่อนกำหนด ซึ่งถ้าทำก็จะได้ผลทางการเมือง แต่เราไม่ทำ เพราะจะทำให้ประเทศเสียค่าปรับ ก็ยอมไม่เสียค่าปรับ ทั้งๆ ที่ความจริงในทางการเมืองการใช้หนี้ก่อนจะเป็นประโยชน์ ดังนั้น ความพร้อมในการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟเสร็จสิ้นมาก่อนที่รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณจะเข้ามาเสียอีก" "อีกทั้งช่วงที่คุพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในตำแหน่งก็มีการกู้เงินมากมายมหาศาล ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 7.8 แสนล้านบาท ทำงบประมาณขาดดุลอยู่ 3-4 ปี แต่ผมก็ไม่ว่าอะไร เราต้องให้ความรู้กับประชาชนว่า การที่รัฐบาลกู้เงินนั้นเป็นเรื่องปกติในการบริหารด้านการเงินการคลัง อย่าไปทำให้เกิดความสับสน ถ้าอยากจะหาเสียงด้วยวิธีดังกล่าว ก็ทำไป และอยากย้ำว่าเราต้องมาตามแก้ปัญหาทุกปัญหา" นายอภิสิทธิ์ กล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า จะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานที่วางกรอบไว้หรือไม่ เนื่องจากมีการโฟนอินเข้ามาจนเกิดความสับสน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่กระทบการบริหารเพราะแนวทางการบริหารของรัฐบาลมีความชัดเจน และยึดอยู่กับข้อเท็จจริง และหลักการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ความจริงรัฐบาลก็ไม่มีความจำเป็นในการกู้เงินถ้าไม่คิดว่าต้องทำอะไร แต่บังเอิญตนเห็นว่า 7-8 ปี ที่ผ่านมา เราปล่อยให้ถนน โรงเรียน โรงพยาบาล สถานีอนามัย แหล่งน้ำเสื่อมโทรม และถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องมี ก็ตัดสินใจที่จะทำและมั่นใจว่า ทำแล้วอนาคตประเทศไทยเข้มแข็งขึ้นก็จะสามารถใช้หนี้ได้ไม่มีปัญหาก็ตัดสินใจเดินหน้า  พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไรถึงเวลาหาเสียงเราก็จะไปบอกเองว่า ตกลงฝ่ายนั้นเขาไม่เห็นด้วยประชาชนก็จะได้ตัดสินเอง เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีตั้งข้อสงสัยหรือไม่ว่าทำไมหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงจึงไม่สามารถดำเนินการอะไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทั้งที่รู้ว่าอยู่หรือเดินทางไปที่ไหน ปัญหาอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศหรือปัญหาด้านการทูต  นายอภิสิทธิ์  กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดเช่นนั้น ตัวอย่างกรณีที่เรายังมีบุคคลที่ประเทศต้องการตัวซึ่งรู้ที่อยู่เป็นหลักแหล่งเป็นสิบๆ ปี  แต่ของอย่างนี้ไม่ง่าย เพราะถ้าประเทศเหล่านั้นไม่มีสนธิสัญญาก็ยาก หรือแม้จะมีสนธิสัญญาบางครั้งก็ต้องไปขึ้นศาลและต้องมีการเทียบเคียงกฎหมายของทั้งสองประเทศในเรื่องความผิด และขั้นตอนต่างๆ  เมื่อถามย้ำว่าปัจจุบันการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศต่อกรณีการนำตัวอดีตนายกฯ กลับประเทศมีประสิทธิภาพแค่ไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าทางกระทรวงการต่างประเทศทำงานในระดับที่เหมาะสม ได้ติดตามไปยังบประเทศต่างๆ ที่อดีตนายกรัฐมนตรีเคลื่อนไหวให้ช่วยผลักดัน บางประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาก็ผลักดันให้มีขึ้น แต่งานของกระทรวงการต่างประเทศมีงานสำคัญกว่านี้อีกหลายเรื่อง อีกทั้งเราต้องให้ความสำคัญกับงานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั่วไป “ขนาดทำแค่นี้ก็ยังมีคนไปบ่นว่าดีแต่ทำเรื่องนี้ ความจริงไม่ใช่ เราทำตามความเหมาะสมเท่านั้นเอง ทั้งระบบการติดตาม การนำตัวบุคคลๆ หนึ่งเข้ามาเพื่อรับโทษตามกฎหมาย” นายกรัฐมนตรี กล่าว เมื่อถามว่าข้อมูลที่ได้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เคลื่อนไหวอยู่ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เจ้าหน้าที่ได้รายงานหรือประสานงานกับทางรัฐบาลบ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  มีการประสานงานกับทางกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการประสานงานในหลายระดับแต่บังเอิญว่ามีหลายเงื่อนไข นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลตั้งใจนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาลงโทษจริงหรือไม่ หรือไม่กล้าทำ เนื่องจากกลัวบ้านเมืองลุกเป็นไฟ นายอภิสิทธิ์  กล่าวว่า รัฐบาลตั้งใจจริงที่จะนำตัว รัฐบาลไม่ได้กลัว เราไม่เคยขอให้พ.ต.ท.ทักษิณ ออกไป  เมื่อถามต่อว่าในทางการเมือง การที่พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่นอกประเทศหรือในประเทศ แบบไหนจะดีต่อรัฐบาลมากกว่ากัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับตนดีที่สุด คือ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมารับโทษตามกฎหมาย เพราะจะช่วยทำให้ทุกคนยอมรับกติกาว่าทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย.

‘มาร์ค’ เบรกแจกเงิน2พันให้กฟน.-กปน.

Filed under: ข่าวการเมือง — admin @ 5:50 pm


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.15 น. (30 มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพที่จะจ่ายเงินให้กับพนักงานการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) และการประปานครหลวง(กปน.)รายละ 2,000 บาท เป็นเวลา 6 เดือนที่กระทรวงมหาดไทยไม่ได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในวันนี้ว่า ทางรัฐมนตรีที่รับผิดชอบได้ให้ตนดูตัวเลขพนักงานที่มีรายได้ 15,000 บาทลงมาจำนวนพนักงานที่เกี่ยวข้องน้อยมากมีแค่เป็นหลักร้อย ดังนั้นมีข้อเสนอให้เปลี่ยนเป็นข้อเสนออื่นจึงได้เรียนกับรัฐมนตรีไปบอกว่า ต้องสื่อสารให้ทางองค์กรเข้าใจว่าเราจะไปใช้ตัวเลขอื่นคงไม่ได้ เพราะมันคงไม่ใช่เรื่องของการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่าแค่เราทำให้กับคนที่มีรายได้ 15,000 ต่อเดือนลงมาทางฐานข้อมูลประกันสังคมยังมีคนวิจารณ์ว่าจนไม่จริง ถ้าไปขยับเกิน 15,000 บาทตนคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องการช่วยเหลือพนักงานที่มีรายได้น้อย แต่ถ้าจะมาบอกว่าเป็นเรื่องของกำไร หรือโบนัสอันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเป็นมาตรการช่วยผู้มีรายได้น้อยแล้วไปขยับตรงนั้นตนว่าคงไม่เหมาะ ดังนั้นทางกระทรวงมหาดไทยจึงไม่มีการเสนอเข้าครม. ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ทางกฟน.ขู่ว่าจะไปตัดไฟฟ้าของกระทรวงการคลังเพราะเป็นหนี้กฟน.อยู่จำนวนมาก นายอภิสิทธิ์ หัวเราะในลำคอก่อนกล่าวว่า เราต้องอยู่กันด้วยเหตุด้วยผลและการที่เรามีความรับผิดในการดูแลสิ่งที่เป็นบริการพื้นฐานสำคัญ ถ้าเป็นความเดือดร้อน ตนยืนยันว่ารัฐบาลยินดีรับฟังแต่ทุกคนต้องทราบข้อจำกัดของรัฐบาลในเรื่องการเงินการคลัง ข้อกฎหมาย เรื่องการรักษาความเป็นธรรมในสังคมด้วย อยากพูดกันด้วยเหตุด้วยผล ถ้าเป็นมาตรการอื่นก็มาพูดคุยกันได้ เมื่อถามว่า ทางกฟน.อ้างว่าเป็นเงินของกฟน.เองไม่ใช่เงินงบประมาณจากรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากทำความเข้าใจว่ารัฐวิสาหกิจไม่เหมือนกับเอกชนดังนั้นเงินรายได้ต่างๆมาจากการประกอบกิจการทางด้านสาธารณูปโภคไม่ใช่ลักษณะของการแข่งขันตามปกติ ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหาอย่างมากกับรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุน ต้องเห็นใจด้วยถ้าเรายึดหลักกำไรอย่างเดียวและรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนก็ต้องมีสิทธิประโยชน์ด้อยกว่าเสมอไป ซึ่งบางทีการขาดทุนหรือมีกำไรอาจจะมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยว ข้องไม่ใช่เรื่องประสิทธิ์ภาพอย่างเดียว

นายกฯไม่รู้ “วีระ”ปัดถูกเชิญเป็นพิธีกร

Filed under: ข่าวการเมือง — admin @ 5:50 pm


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 มิ.ย.) เมื่อเวลา 13.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาล ถึงการเชิญนายวีระ มุสิกพงษ์ แกนนคนเสื้อแดง มาเป็นพิธีกรรับเชิญในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ว่าจะเป็นผลดีที่เป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มที่เห็นแตกต่างกับรัฐบาลชัดเจน ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน แต่ถ้าทางนายวีระรับเชิญตนก็ยินดี  เมื่อถามต่อว่าล่าสุดนายวีระ ปัดข้อเสนอแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เพิ่งทราบว่านายวิระปฏิเสธ ซึ่งตนก็ต้องดำเนินการเชิญคนอื่นมาเป็นพิธีกรรับเชิญแทนซึ่งตนก็ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะมีรายชื่ออยู่หลายคน โดยทีมงานจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม เมื่อถามว่า ทำไมไม่เชิญพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้โฟนอินเข้ามาซักถามเป็นพีธีกรรับเชิญ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “อ๋อ… มันผิดรูปแบบรายการ”     เมื่อถามว่าเหตุที่เลือกเชิญนายวีระ เพราะต้องการเก็บคะแนนทางการเมืองหรือไม่ เพราะรู้อยู่แล้วว่านายวีระจะต้องปฏิเสธ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ถ้าคิดอย่างนั้นคุณวีระก็ต้องรับมาเป็นพีธีกร”ถามต่อว่า คิดที่จะเชิญนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาเป็นพิธีกรรับเชิญอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็จะเชิญอยู่เหมือนกัน แต่พักหลังนายสนธิไม่ค่อยสบาย.

“มานิต” ลุยจัดโซนนิ่งร้านเหล้ารอบมหาลัย

Filed under: ข่าวภูมิภาค — admin @ 4:50 pm

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 มิ.ย.) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข  แถลงข่าว “การจัดงานรณรงค์วันงดดื่มสุราแห่งชาติ ปี 2552” ซึ่งตรงกับวันเข้าพรรษา 8 ก.ค.ว่า  ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2551 ให้“วันเข้าพรรษา”ทุกปีเป็น“วันงดดื่มสุราแห่งชาติ”ซึ่งมีประชาชนเห็นด้วยประมาณร้อยละ 89 และในวันเข้าพรรษาปีนี้คือ 8 ก.ค. 2552  ก็จะดำเนินการรณรงค์ให้เป็นวันปลอดเหล้าอย่างจริงจังและมีผลต่อเนื่อง โดยกำหนดคำขวัญรณรงค์ว่า“งดดื่ม งดเมา งดเหล้าเข้าพรรษา”เพื่อกระตุ้นเตือนประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ให้ตระหนักถึงโทษและพิษภัยของการดื่มสุรา  นายมานิต กล่าวต่อว่า ในช่วงปี 2551 กระทรวงสาธารณสุขผลักดันกฎหมายสำเร็จแล้ว 11 ฉบับ ที่สำคัญคือ กฎหมายควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.2551 ที่เหลือเป็นกฎหมายลูกที่ลงนามโดยนายกรัฐมนตรี 6 ฉบับ และลงนามโดยปลัดกระทรวงสาธารณสุข 4 ฉบับ ในปี 2552 อยู่ระหว่างจัดทำอีก 11 ฉบับ อาทิ กฎหมายห้ามโฆษณา ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว กฎหมายกำหนดสถานที่ห้ามดื่มสุรา สถานที่ห้ามขาย กฎหมายกำหนดวันหรือเวลาห้ามขาย กฎหมายควบคุมเหล้าปั่น ซึ่งเป็นการขายแอบแฝงที่เป็นที่นิยมของเยาวชน การให้สินบนรางวัลนำจับ การพิมพ์ฉลากคำเตือนข้างขวด  คาดว่าจะทันใช้ในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 4 ฉบับ นายมานิต กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขจะประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้มงวดการจำหน่ายเครื่องดื่มให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งถือว่ามีความผิดจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ตนเป็นห่วงร้านเหล้าที่อยู่หน้าบริเวณสถานศึกษาและบริเวณรอบ ๆ ซึ่งมีการจำหน่ายเหล้าปั่นให้กับเด็ก ๆ ในชุดนักศึกษา ดังนั้นจะหารือผู้ที่เกี่ยวข้องว่าจะมีการจัดโซนนิ่งร้านเหล้าบริเวณทางเข้าหรือรอบ ๆ สถานศึกษาได้อย่างไร ไม่ให้เด็กเข้าถึงได้ง่าย ระยะห่างควรจะอยู่ที่กี่เมตร   โดยในเบื้องต้นคงจะขอความร่วมมือร้านเหล้ามาพูดคุยขอความร่วมมือไม่ให้จำหน่ายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี นอกจากนี้ในส่วนของยาดองที่มีการขายกันมากนั้น คงจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบว่ายาดองที่จำหน่ายนั้นมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่เท่าใด และอยู่ในข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ นพ.สมาน  ฟูตระกูล ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กฎกระทรวงเรื่องการโฆษณาเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว โดยหลักการสำคัญคือสื่อสิ่งพิมพ์ ให้เห็นภาพโลโก้ได้ 5% ส่วนทีวีเห็นโลโก้ได้ 2 วินาที  เวบไซต์ก็เช่นกัน แต่ทราบว่าผู้ประกอบการได้ยื่นหนังสือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาอีก ไม่ทราบว่าท้วงติงประเด็นใด และทางคณะกรรมการกฤษฎีกาจะมีการเรียกประชุมอีก ซึ่งตนเห็นว่า ไม่ควรประชุมกันอีกแล้ว สามารถส่งร่างกฎกระทรวงดังกล่าวให้นายกฯลงนามได้ทันที เพราะหากจะประชุมอีก ทางเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 200-300 องค์กรอาจไม่เห็นด้วย.

กก.มรดกโลกเลื่อนขึ้นทะเบียนพระวิหาร

Filed under: ข่าวภูมิภาค — admin @ 4:50 pm


วันนี้ (30 มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมครม.ว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รายงานผลการเดินทาง ไปร่วมสังเกตการณ์การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 23-30มิ.ย. ที่ผ่านมา ว่า คณะกรรมการมรดกโลกได้ขยายเวลาการพิจารณาการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารออกไปเป็นเดือน ก.พ. 53 ซึ่งนายสุวิทย์ ได้ยืนยันว่า หลังจากที่คณะกรรมการมรดกโลกอนุญาตให้ทางกัมพูชาขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียวนั้น ก่อให้เกิดปัญหาความรุนแรง และเกิดความวิกฤติต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เนื่องจากคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาเรื่องนี้ยังไม่รอบคอบครบทุกประเด็น ดังนั้นการขยายเวลาครั้งนี้จะทำให้ประเทศสมาชิกที่ยังไม่ทราบข้อมูลเข้าใจมากขึ้น โดยรัฐบาลจะเดินสายชี้แจงกับประเทศสมาชิกที่เป็นคณะกรรมการมรดกโลก นายปณิธาน กล่าวว่า รัฐบาลหวังว่าคณะกรรมการมรดกโลกจะทบทวนมติการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร เพราะตามระเบียบข้อที่ 13 ของคณะกรรมการมรดกโลก ในการขึ้นทะเบียน ระบุว่า สถานที่ที่คาบเกี่ยวสองประเทศ จะต้องดำเนินการให้เกิดสันติภาพและบริหารร่วมกัน ดังนั้น คณะกรรมการมรดกโลกต้องย้อนกลับไปดูว่า หลังจากที่ประกาศให้กัมพูชาจดทะเบียนแต่ฝ่ายเดียว ดังนั้นคณะกรรมการควรพิจารณาตัดสินใจหาทางแก้ปัญหาในเรื่องนี้ รัฐบาลได้แต่หวังว่าคณะกรรมการมรดกโลกจะคำนึงถึงสันติภาพให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคณะกรรมการมรดกโลกที่ให้สองประเทศเข้าไปบริหารอย่างเท่าเทียมกัน เพราะตั้งแต่ขึ้นทะเบียนมา ยังไม่มีประชาชนสามารถเข้าถึงปราสาทพระวิหารได้เลย นายปณิธาน กล่าวอีกว่า เชื่อว่าหลังจากนี้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับกัมพูชาจะไม่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาตัวแทนรัฐบาลได้พบกับผู้นำกัมพูชามาหลายครั้งแล้ว ล่าสุด นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้เดินทางไปพบกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อให้แยกปัญหาเรื่องประสาทพระวิหารออกไปก่อน โดยทั้งสองประเทศมีแนวทางที่จะพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน ทั้งเรื่องคมนาคม การค้าและโทรคมนาคม ส่วนเรื่องพื้นที่ทับซ้อนให้เป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการชายแดนและปักปันเขตแดน ที่จะกลับไปคุยกับประชาชนของแต่ละประเทศ ล่าสุด เมื่อเวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) กรณีที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานต่อที่ประชุม ครม.ถึงการเดินทางไปยื่นจดหมายต่อที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) ที่ประเทศสเปน เพื่อขอให้ทบทวนการที่กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียว ว่า โดยสรุปคือ ขั้นตอนที่ประเทศกัมพูชาจะดำเนินการในการปฏิบัติตามข้อมติ ได้มีการเลื่อนเวลาออกไปเป็นเดือน ก.พ.2553 มิฉะนั้นจะเป็นปัญหา เพราะมีหลายอย่างที่เขาต้องไปดำเนินการในพื้นที่ ดังนั้น ในตอนนี้การยืดเวลาน่าจะเปิดโอกาสให้การแก้ปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเดินหน้าไปได้  โดยเราได้แสดงข้อเท็จจริงและจุดยืนกับคณะกรรมการมรดกโลกไปว่า ต้องระวังในเรื่องใดบ้าง เพราะมีความละเอียดอ่อน เนื่องจากเราไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา และบริเวณในพื้นที่นั้นมีปัญหาความตึงเครียดและความรุนแรง.

“อภิสิทธิ์” เผยเอกชนค้าข้าวยันไม่มีปัญหาแล้ว

Filed under: ข่าวเศรษฐกิจ — admin @ 4:50 pm

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 มิ.ย.) เมื่อเวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาเรื่องข้าวว่า ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม เท่าที่ตนได้หารือกับทางกระทรวงพาณิชย์คือขอให้ช่วยดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปตามมติ ครม. นอกนั้นกระทรวงพาณิชย์จะไปบริหาร เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ก็ได้มีโอกาสพบกับหอการค้าไทยที่เคยทำหนังสือมาขอนัดพบ ก็บอกว่าขณะนี้ปัญหาคลี่คลายแล้ว ส่วนรายละเอียดตนไม่ทราบเพราะกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ดำเนินการ แต่เท่าที่ทราบก็มีการดำเนินการให้เป็นไปตามมติ ครม. ซึ่งภาคเอกชนก็บอกว่าปัญหาคลี่คลายแล้ว ส่วนตัวเลขรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวข้องนั้นตนยังไม่เห็นตัวเลขทั้งหมด “เมื่อ ครม.มีมติกำหนดกรอบวิธีการบริหารจัดการ มียุทธศาสตร์เรื่องการระบายข้าวมีกลไกที่ชัดเจน ตราบเท่าที่ยังอยู่ในกรอบดังกล่าวกระทรวงพาณิชย์ก็ดำเนินการไปได้เลย”นายอภิสิทธิ์ กล่าว.

นายกฯ เผยแผนฟื้นฟูการบินไทยยังไม่ได้ข้อสรุป

Filed under: ข่าวเศรษฐกิจ — admin @ 4:50 pm

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 มิ.ย.) เมื่อเวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าแผนฟื้นฟูบริษัทการบินไทย ว่า ในการประชุม ครม.มีการรายงานเพื่อทราบในเรื่องของการฟื้นฟูแต่เป็นเพียงการรายงานเบื้องต้นเท่านั้นยังมีอีกหลายประเด็นที่จะต้องไปเร่งทำ ส่วนขั้นตอนรายละเอียดในการรายงานวันนี้ยังไม่มีอะไรเป็นพิเศษเพราะเป็นแค่รายงานเบื้องต้น ตนคิดว่าต้องให้เวลาทางผู้บริหารชุดใหม่ก็จะมีการขอให้นำเสนอแนวทางมาเมื่อมีการกำหนดทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น.

“สถิตย์”ไฟแรงเตรียมนัดประชุมหลังนั่งแท่นปธ.กรุงไทย

Filed under: ข่าวเศรษฐกิจ — admin @ 4:50 pm

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 มิ.ย.) นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าตนได้ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการธนาคารทหารไทยแล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป และคาดว่าวันที่ 2 ก.ค.นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะอนุมัติให้ตนเองเข้ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการธนาคารกรุงไทยแล้ว ซึ่งตนจะนัดประชุมทันที เพื่อเลือกประธานคณะกรรมการหลงจากที่ได้รับการอนุมัติ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าหลังเป็นประธานธนาคารกรุงไทย จะมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายนั้น ตนยังไม่ทราบ.

Older Posts »

Powered by WordPress