2tik.com

October 29, 2009

ผลักดันผู้ค้า…กทม.ลำเอียง

Filed under: ข่าวท่องเที่ยว — admin @ 6:39 pm

เรียน คอลัมน์สารพันปัญหาเมืองกรุง     ผมและเพื่อน ๆ 10 กว่ารายขายของบนทางเท้าบริเวณหน้าร้านนารายณ์พันธุ์ ข้างบิ๊กซีและโรงแรมอโรมา เขตปทุมวัน แม้จุดนี้ไม่ได้เป็นจุดผ่อนผันแต่ก็ขายกันมานาน จ่าย ค่าปรับรายเดือนให้เทศกิจทุกเดือน เดือนละ 1,200 บาทและบริเวณนี้ทั้งแถบ ยาวไปรอบ ๆ บริเวณต่อเนื่อง ก็มีผู้ค้ายึดทางเท้าขายของมานานแล้ว โดยจ่ายค่าปรับรายเดือนให้เทศกิจเขตเช่นกัน แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนและ เพื่อน ๆ ราว 10 กว่าราย ถูกเทศกิจห้ามขายอ้างว่าบริเวณนี้มีการก่อสร้างอาคารใหม่เจ้าของเป็นรองผู้ว่าฯ คนหนึ่ง ตนยอมรับว่าไม่ได้ขาย ในจุดผ่อนผัน กทม. จะผลักดันเมื่อไหร่ก็ได้  แต่ก็ควรผลักดันห้ามขายทั้งหมด ไม่ใช่ลำเอียง พวกตนไปยื่นเรื่องที่สำนักงานเลขานุการผู้ว่าฯกทม. แล้ว แต่ได้รับการแจ้งว่าคงช่วยอะไรไม่ได้ ตนจึงขอร้องเรียนมาทางเดลินิวส์ให้เป็นสื่อกลางไปยังรองผู้ว่าฯ คนดังกล่าวและผู้บริหารกทม. ช่วยให้ความเป็นธรรมด้วย เห็น กทม. แถลงข่าวให้ผู้ค้าโบ๊เบ๊ขายของนอกจุดผ่อนผันได้ ตนจึงขอเรียกร้องความเป็นธรรมด้วย เพราะว่าเป็นชาวบ้านตาดำ ๆ เช่นเดียวกัน       *** มีข้อร้องเรียนเสนอแนะปัญหา ส่งมาได้ที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ 1/4 ถนน   วิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่  กรุงเทพฯ 10210 หรือทางโทรสาร 0-2940-9846 หรือ www.bkkvoice@dailynews. co.th

ระวัง!!!

Filed under: ข่าวท่องเที่ยว — admin @ 6:39 pm

บนถนนราชดำเนินกลาง ช่วงระหว่างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมุ่งหน้าแยกคอกวัว มีหลุมขนาดใหญ่อยู่ด้านซ้ายถนนระหว่างช่องแรกกับช่องที่ 2 หากไม่ได้สังเกตจะมองไม่เห็นเพราะปกติมีรถวิ่งผ่านหนาแน่นตลอดเวลา ยิ่งเป็นช่วงฝนตกน้ำขังยิ่งไม่รู้ว่ามีหลุมพราง จนกระทั่งวิ่งตกหลุมดังกล่าวถึงรู้ตัวว่ามีหลุมอยู่กลางถนน ซึ่งขนาดรถ 4 ล้อ วิ่งตกลงไปยังเสียการทรงตัวเพราะหลุมค่อนข้างลึก ไม่อยากนึกว่าหากเป็นรถจักรยานยนต์วิ่งตกลงไปจะมีสภาพอย่างไร หน่วยงานที่ดูแลมาซ่อมด่วน.

เตรียมฟื้นรถโรงเรียนใช้ปีการศึกษาหน้า

Filed under: ข่าวท่องเที่ยว — admin @ 6:39 pm

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 27 ต.ค. นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่ตรวจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เทศกิจในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรย่านสถานศึกษาชื่อดัง ถนนสามเสน เขตดุสิต รวมทั้งหาแนวทางแก้ไขปัญหาการจราจรย่านที่ตั้งสถานศึกษา นายธีระชน กล่าวว่า หลังการลงพื้นที่พบว่าขณะนี้ยังมีปัญหาจราจรติดขัดเนื่องจากมีการนำรถมาส่งบุตรหลานช่วงเวลาเช้าและเลิกเรียน ซึ่งปัญหาดังกล่าวตนมีแนวคิดที่ จะฟื้นโครงการรถโรงเรียนขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่ง   รูปแบบเบื้องต้นนั้นจะพิจารณาตามทำเลที่ตั้ง    ของสถานศึกษา เช่น ตั้งอยู่ในซอยเล็ก และแคบ อาจพิจารณาให้เป็นรถตู้รับ-ส่ง เป็นต้น ส่วนตัวรถจะเน้นความปลอดภัยเป็นหลักสำคัญ คือ มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ในรถ มีครูดูแลประจำรถ ติดเครื่องติดตาม (จีพีอาร์ เอส) ไว้ที่รถเพื่อให้ทางโรงเรียนหรือผู้ปก ครองตรวจสอบได้ว่ารถโรงเรียนอยู่พื้นที่ใด ส่วนรูปแบบการรับ-ส่ง คือ 1.รับ-ส่ง นักเรียนถึงบ้าน และ 2.มีจุดนัดรับ-ส่ง ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะให้เอกชนรับไปดำเนินการ เบื้องต้นคงต้องหารือในระดับผู้บริหารโรงเรียนว่าเห็นด้วยประการใด และสำรวจความเห็นของผู้ปกครองว่าสนใจเข้าร่วมโครงการหรือ ไม่ ซึ่งหากสนใจต้องมีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ ทั้งนี้ตนคาดว่าในเทอมแรกของปีการศึกษา 2553 จะสามารถดำเนินโครงการดังกล่าวได้     ขณะที่ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เปิดเผยถึงสภาพการจราจรในพื้นที่กทม. ซึ่งเป็นวันแรกที่มีการเปิดภาคเรียนว่า การจราจรช่วงเช้าถือว่าอยู่ในระดับปกติ จะมีความหนาแน่นบ้างในช่วง 07.30 น. ในพื้นที่ที่ตั้งของสถานศึกษา ส่วนกรณีที่กทม.ได้ปิดสะพานเพื่อปรับปรุง อาทิ สะพานข้ามแยกบางพลัด สะพานพระราม 4 (ไทย-ญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสถานศึกษาตั้งอยู่จำนวนมากนั้น ก็ไม่ได้สร้างผลกระทบต่อการจราจร.

ติดป้ายปลุกระดมปลดพนักงาน

Filed under: ข่าวท่องเที่ยว — admin @ 6:39 pm

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีพนักงานบางส่วน และสหภาพรัฐวิสาหกิจ ขสมก.ไม่พอใจที่จะต้องปลดพนักงานจำนวนมาก สืบเนื่องมาจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยให้ ขสมก.ไปจัดทำรายละเอียดเรื่อง โครงการเกษียณอายุงานก่อนกำหนด หรือเออร์ลี่รีไทร์ หลังจากที่ได้รถเมล์ใหม่มาใช้ ซึ่งล่าสุด ขสมก.มีตัวเลขพนักงานที่จะต้องเข้าโครงการ 6,000 คนนั้น ขณะนี้ได้เริ่มมีการปลุกระดมพนักงาน ขสมก.ให้ออกมาประท้วงคัดค้าน โดยการติดป้ายผ้าเขียนข้อความ “พนักงานของ ขสมก. 7,009 คน กำลังจะตกงาน หากไม่ออกมาคัดค้านการแปรรูป ขสมก.”  ตามป้ายรถเมล์ที่มีคนจำนวนมาก ด้านนายสนาน บุญงอก ประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจ ขสมก. เปิดเผยว่า ไม่ใช่การกระทำของสหภาพฯ ขสมก. โดยจุดยืนของสหภาพฯ ในโครงการเออร์ลี่รีไทร์ได้ส่งหนังสือถึงผู้บริหาร ขสมก.ให้ดำเนินการตามข้อกำหนดของหน่วยงานภาครัฐ ไม่มีการบีบบังคับให้พนักงานเข้าโครงการโดยไม่สมัครใจ.

ธ.ค.นี้รฟท.เข้าพื้รที่รื้อบ้านผู้บุกรุก

Filed under: ข่าวท่องเที่ยว — admin @ 6:39 pm

สร้างรถไฟฟ้าบางซื่อ-รังสิต รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งว่า ภายในเดือน ธ.ค.นี้ รฟท.จะเริ่มรื้อย้ายอาคาร สิ่งปลูกสร้างของผู้ที่บุกรุกในแนวเส้นทางรถไฟในโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ซึ่งรฟท.ได้ประกาศประกวดราคาจ้างเอกชนมาดำเนินการรื้อย้ายอาคาร สิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินของผู้บุกรุกออกจากพื้นที่โครงการไปก่อนหน้านี้ แต่เนื่องจากรายละเอียดในเงื่อนไขไม่ชัดเจน จึงได้ปรับปรุงในรายละเอียดเงื่อนไขการดำเนินการให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเปิดให้เอกชนที่สนใจเข้ารื้อย้ายเสนอตัวเข้ามารับเอกสารประกวดราคาเพิ่มเติมด้วย หลังจากได้เอกชนที่สนใจแล้วจะนำลงสำรวจพื้นที่ที่จะต้องเตรียมสำหรับการก่อสร้างโครงการดังกล่าว เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริง ให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ทั้งนี้คาดว่าจะกำหนดให้ผู้รับเหมามายื่นเอกสารประกวดราคาได้ภายในเดือน พ.ย. 2552 เพื่อเริ่มการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างได้ภายในเดือน ธ.ค. 2552 ทั้งนี้การดำเนินการกับผู้บุกรุก เป็นไปตามเงื่อนไขขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นหรือไจก้า ที่ต้องการให้ผู้ที่รับผิดชอบการรื้อย้ายผู้บุกรุกเป็นคนละรายกับเอกชนที่ดำเนินการก่อสร้างโครงการ และสามารถเริ่มการก่อสร้างได้โดยมีพื้นที่ที่ผู้รับเหมาสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ โดยไม่ให้เกิดปัญหาผลกระทบไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ภายหลัง โดยมีงบ 70 ล้านบาท สำหรับจ้างเอกชนและจ่ายค่ารื้อย้ายชาวบ้าน ประมาณ 1,200 ราย     สำหรับความคืบหน้าในการจัดหาผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการขณะนี้ รฟท.อยู่ระหว่างขออนุมัติไจก้าเห็นชอบเงื่อนไขการดำเนินโครงการโดยแบ่งการประกวดราคาเป็น 3 สัญญา ประกอบด้วย งานโยธา 2 สัญญา คือ สัญญาที่ 1 สถานีรถไฟบางซื่อ รวมอาคารซ่อมบำรุง สัญญาที่ 2 โครงสร้างยกระดับ บางซื่อ-รังสิต รวมสถานีรายทาง 8 สถานี และสัญญาที่ 3 งานสัญญาวางรางและระบบรถไฟฟ้า รวม 3 สัญญา มูลค่าโครงการประมาณ 75,000 ล้านบาท.

ท่านั่งขับรถสำคัญกว่าที่คิด

Filed under: ข่าวท่องเที่ยว — admin @ 6:39 pm

จุลสารลด หยุด ภัย ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ฉบับเดือนกันยายนที่ผ่านมา แนะนำท่านั่งขับรถและหมอนรองศีรษะสำคัญกว่าที่คิด     การปรับเบาะนั่ง รถเกียร์อัตโนมัติ ให้ใช้เท้าเหยียบแป้นเบรกแล้วเลื่อนเบาะนั่งให้ช่วงเข่างอเล็กน้อย รถเกียร์ธรรมดา ควรปรับเบาะนั่งให้ชิดพนักพิง ด้วยการใช้เท้าซ้ายเหยียบแป้นคลัตช์ให้สุด และปรับเบาะไปทางด้านหน้า เมื่อเหยียบสุดแล้ว หัวเข่าต้องตึง ถ้าเหยียบสุดแล้วเข่าไม่ตึง ควรปรับเบาะเลื่อนมาข้างหลัง     การปรับพนักพิง ไม่ปรับให้เอนมากหรือน้อยเกินไป ตรวจสอบได้โดยใช้มือซ้ายจับที่ตำแหน่ง 9 หรือ 10 นาฬิกา ส่วนมือขวาอยู่ที่ 2 หรือ 3 นาฬิกา ข้อศอกงอเล็กน้อย แผ่นหลังติดกับพนักพิง เมื่อปรับแล้วให้ทดสอบด้วยการเลื่อนมือไปวางไว้บนสุดของพวงมาลัย โดยข้อมือต้องแตะกับพวงมาลัยได้พอดี ถ้าวางมือบนพวงมาลัยแล้วมือเลยไปถึงกลางฝ่ามือหรือโคนนิ้ว แสดงว่าปรับพนักพิงเอนเกินไป ถ้าวางมือบนพวงมาลัยแล้วข้อมืออยู่บนสุดของพวงมาลัย แสดงว่านั่งชิดเกินไปให้ปรับพนักพิงใหม่     การปรับหมอนรองศีรษะ หมอนรองศีรษะเป็นอุปกรณ์สำคัญช่วยลดการบาดเจ็บบริเวณต้นคอ หากถูกชนท้าย ควรปรับหมอนรองศีรษะให้อยู่กลางและใกล้ศีรษะมากที่สุด ไม่สูงหรือต่ำเกินไป ขอบหมอนอยู่ระดับเดียวกับใบหูด้านบน จะช่วยลดการสะบัดของศีรษะกรณีที่ประสบอุบัติเหตุ หากปรับในระดับที่ต่ำกว่าคอ ขณะเกิดอุบัติเหตุ แรงเหวี่ยงจะทำให้ศีรษะสะบัดไปด้านหลังอย่างแรง จนกระดูกแตกหรือคอหักได้     ท่านั่งในการขับรถ ไม่ควรนั่งชิดพวงมาลัยมากเกินไป เพราะจะหมุนพวงมาลัยไม่สะดวก ส่งผลต่อการบังคับทิศทางรถ หากประสบอุบัติเหตุจะทำให้หน้าอกกระแทกกับพวงมาลัย หรือถูกถุงลมนิรภัยพองตัวปะทะกับหน้า ทำให้หายใจไม่ออก หรือบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิต     ไม่ควรปรับที่นั่งให้เอนมากเกินไป เพราะทำให้แขนต้องเหยียด ตรง จนขาดความคล่องตัวในการหมุนพวงมาลัย ยังทำให้ทัศนวิสัยในการมองทาง มองกระจกหลังหรือข้างไม่ชัดเจน     การปรับเบาะนั่ง พนักพิง หมอนรองศีรษะ และท่านั่งในการขับรถที่ถูกวิธี นอกจากช่วยลดความเมื่อยล้า ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับรถ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้อีกทาง.

ขสมก.โบ้ยสหภาพฯรถไฟเป็นมือที่ 3

Filed under: ข่าวท่องเที่ยว — admin @ 6:39 pm

นางปราณี ศุกระศร รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึงกรณีมีการติดป้ายผ้าปลุกระดมพนักงาน ขสมก.ให้ออกมาประท้วงคัดค้านโครงการเออร์ลี่รีไทร์พนักงาน ขสมก. 7,009 คน ว่า จากการตรวจสอบทราบว่าป้ายดังกล่าวไม่ได้เกิดจากพนักงานของ ขสมก. แต่เป็นการกระทำของสหภาพรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ต้องการหาแนวร่วมจากสหภาพฯ ขสมก.ในการคัดค้านการแปรรูปองค์กร ที่จะต้องมีการลดจำนวนพนักงานลง จึงออกมาติดป้ายผ้าดังกล่าว ทั้งนี้เชื่อว่าใน ขสมก.จะไม่เกิดปัญหาประท้วงคัดค้าน  โครงการเออร์ลี่รีไทร์ เพราะพนักงานเข้าโครงการโดยสมัครใจไม่ได้มีการบีบบังคับแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามจำนวนพนักงานที่ต้องเออร์ลี่รีไทร์ภายหลังจากการได้รถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน มาใช้นั้นมีไม่ถึง 4,000 คน เพราะส่วนหนึ่งเกษียณอายุ และสมัครใจออกไปแล้ว ซึ่งพนักงานจะได้รับเงินตอบแทนพิเศษ 3 เท่าของเงินเดือนค่าจ้างอัตราสุดท้ายคูณกับอายุงานที่เหลือ แต่ทั้งนี้ผลตอบแทนรวมจำนวนสูงสุดจะต้องไม่เกิน 30 เท่า ของเงินเดือน จากเดิมจะได้รับเงินตอบแทนพิเศษเพียง 2 เท่า โดยรัฐบาลจะอุดหนุนงบประมาณให้ 6,000 ล้านบาท ให้ ขสมก.ทยอยจ่ายคืนภายหลัง.

คิดบัตรอีซี่พาส ตรงไหนดี???

Filed under: ข่าวท่องเที่ยว — admin @ 6:39 pm

ช่วงนี้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้เปิดให้ผู้ที่ใช้ทางด่วนสามารถเลือกการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยใช้ระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ ติดอุปกรณ์อีซี่พาส ที่ใช้ติดบริเวณกระจกรถเพื่อส่งสัญญาณกับสายอากาศที่อยู่บริเวณช่องผ่านทางทำการตัดมูลค่าค่าผ่านทางอัตโนมัติ ซึ่งจะเริ่มใช้วันที่ 15 พ.ย. นี้ ซึ่งมีข้อควรระวังสำหรับผู้ที่จะติดตั้งบัตรดังกล่าว เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อนและเจ้าของรถส่วนใหญ่จะนิยมติดฟิล์มกรองแสงไว้บริเวณแถบด้านบนของกระจกหน้ารถ ซึ่งฟิล์มกรองแสงที่มีสารผสมที่เป็นโลหะสะท้อนแสงแดดจะรบกวนการทำงานของบัตรอีซี่พาส ฟิล์มกรองแสงที่ใช้กันอยู่แต่ละชนิดก็มีส่วนผสมที่ต่างกัน ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานของบัตรดังกล่าว       ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาควรตัดฟิล์มในบริเวณที่จะติดตั้งด้านหน้ากระจก ขนาดกว้าง 2 นิ้ว ยาว 3 นิ้ว โดยตำแหน่ง ติดตั้งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือตำแหน่งกึ่งกลางกระจกหน้า ต่ำกว่ากระจกมองหลังเล็กน้อย เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ตัวรับสัญญาณจะอยู่ตรงกับสายอากาศที่ติดตั้งบริเวณช่องผ่านทาง นอกจากนี้ยังไม่เกะกะหรือบดบังทัศน วิสัยด้วย.

กทม.หวั่นรถดับเพลิง’เสีย ค่าโง่’หมื่นล้าน

Filed under: ข่าวท่องเที่ยว — admin @ 6:39 pm

ต้องบินเจรจาสไตเออร์ฯกรุงเวียนนา     รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเช้าวันที่ 28 ต.ค. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหารถเรือดับเพลิง และอุปกรณ์มูลค่า 6,687 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมได้หารือกรณีบริษัทสไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์รซอยก์ ออสเตรีย ขอเลื่อนนัดเจรจาปัญหารถดับเพลิงกับผู้บริหาร กทม. ในวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งในการแจ้งเลื่อนดังกล่าวนอกจากบริษัทระบุว่าไม่พร้อมมาเจรจากับ กทม. เพราะวันดังกล่าวเป็นวันชาติของออสเตรียแล้ว ยังระบุด้วยว่าหากจะเจรจากันทาง กทม. ต้องบินไปที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ทำให้ที่ประชุมบางส่วนเห็นว่า กทม. ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง อีกทั้งหากผู้ว่าฯ กทม. ต้องบินไปเองจะเสียฟอร์ม อย่างไรก็ตามทางสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะประสานไปที่บริษัทอีกครั้งเพื่อให้ผู้แทนมาเจรจากันที่กรุงเทพฯได้หรือไม่ แต่หากมีความจำเป็นต้องส่งผู้แทนไปที่กรุงเวียนนา กทม. ก็ต้องเดินทางไป เนื่องจาก กทม. อยู่ในฐานะเสียเปรียบ ต้องเจรจาขอนำรถมาใช้ก่อน เพราะไม่เช่นนั้นหากปล่อยให้การต่อสู้คดีเสร็จสิ้น ซึ่งรับประกันไม่ได้ว่า กทม. จะชนะ โดยหากแพ้คดีขึ้นมา กทม. จะเสียหายกว่า 10,000 ล้านบาท ทั้งจากค่างวดรถดับเพลิงที่ต้องเสียไป โดยไม่ได้ใช้รถ รวมทั้งค่าภาษีนำเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งค่าเสียหายที่บริษัทนามยงค์ ฟ้องเก็บค่าหน้าท่าจากการไม่นำรถลอตที่ 2 ออกจากท่าเรือแหลมฉบังราว 177 ล้านบาท และบริษัทเทพยนต์ฯยังฟ้องเรียกค่าดูแลรักษารถที่อู่ย่านบางกรวย-ไทรน้อยอีก 336 ล้านบาท        รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือปัญหาที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เห็นสวนทางกับทางอัยการเรื่องการนำคดีเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ โดย ป.ป.ช. ยืนยันให้ กทม. ฟ้องศาลเพิกถอนการอนุมัติสัญญาจัดซื้อเพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะที่อัยการเห็นว่าควรนำคดีเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการตามนั้นหากยึดตามอัยการอาจกระทบต่อผู้ว่าฯ กทม. ที่อาจโดนคดีอาญามาตรา 157 ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อีก ซึ่งในที่สุดที่ประชุมเห็นว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาคดีขาดอายุความจึงควรนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการไปก่อน แม้จะมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากถึงระดับพันล้านก็ตาม      ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ในการนำคดีเข้าสู่อนุญาโตตุลาการหากอัยการไม่ดำเนินการให้ กทม. พร้อมจะจ้างทนายเอกชนดำเนินการให้แทน.

เช่าคอมพ์ 2 หมื่นเครื่องร้องล็อกสเปกไม่เลิก

Filed under: ข่าวท่องเที่ยว — admin @ 6:39 pm

นายพิรกร วีรกุลสุนทร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตจอมทอง เปิดเผยว่า ขณะนี้จนถึงวันที่ 31 ต.ค. สำนักการศึกษา กทม. อยู่ระหว่างประกาศร่างขอบเขตของงานหรือ ทีโออาร์ เกี่ยวกับรายละเอียดหรือคุณ ลักษณะเฉพาะระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำหรับเป็นศูนย์ฝึกอบรมและห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนสังกัด กทม. 436 โรงเรียน ตามโครงการเช่าระบบและพัฒนาห้องคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ จำนวน 20,574 เครื่อง ซึ่งเป็นการประกาศร่างทีโออาร์ครั้งที่ 5 แล้ว หลังจากได้ประกาศร่างครั้งแรกมาตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา แต่มีเอกชนเข้าไปแสดงความเห็นและคัดค้านร่างทีโออาร์ในประเด็นต่าง ๆ จนต้องปรับแก้หลายครั้ง และล่าสุดได้ปรับลดงบประมาณเหลือ 939.8 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้ 950 ล้านบาท เนื่องจากตัดเนื้องาน ตกแต่งศูนย์ฝึกอบรมออกไป และก่อนหน้านี้ก็ถูกร้องเรียนว่าล็อกสเปกเรื่องคุณสมบัติจึงต้องปรับทีโออาร์ใหม่ เพราะเป็นโครงการใหญ่ใช้งบสูงที่สุดตั้งแต่มีการเช่าในสำนักการศึกษา และยังได้รับร้องเรียนและวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องว่าจะยังล็อกสเปกเพื่อประโยชน์ให้รายใดรายหนึ่งอีก แม้ว่ากทม.ได้ปรับลดคุณสมบัติผู้ประมูลจากทุนจดทะเบียน 300 กว่าล้านเป็น 190 ล้านบาท ทำให้บริษัทขนาดกลางเข้าร่วมประมูลได้มากขึ้น แต่ที่ระบุให้บริษัทที่ได้ต้องลิงก์ระบบกับรายเดิมที่เคยได้งานไปแล้ว น่าสงสัยว่าหากไม่ใช่รายเดิมจะลิงก์กับระบบเดิมได้ยังไง ทำให้รายเดิมได้เปรียบ นอกจากนี้การให้เวลาส่งมอบ 150 วันทั้งที่จัดซื้อจำนวนมาก หากไม่ใช่รายที่ล็อกไว้จะส่งมอบทันได้ยังไง ตนจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด.

Older Posts »

Powered by WordPress