นาย ว. ประกอบกิจการรับทำบัญชี ได้จัดตั้งคณะบุคคลชื่อ “คณะบุคคลโดย นาย ว. หรือ ด.ช.จ.” และได้ขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรคณะบุคคลฯ ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 สำหรับปีภาษี 2547 ขอคืนภาษีเงินได้ แต่ได้รับแจ้งว่าคณะบุคคลฯ ไม่สามารถรับทำบัญชีได้และให้นำเงินได้จากการรับทำบัญชีดังกล่าวมารวมคำนวณภาษีกับเงินได้ประเภทเงินเดือนของนาย ว. ซึ่งนาย ว. ได้โต้แย้งว่า กฎหมายมิได้กำหนดว่าผู้ร่วมในคณะบุคคลต้องมีความรู้ความสามารถในด้านเดียวกันหรือเท่าเทียมกัน แม้ ด.ช.จ. จะ มีอายุย่างเข้า 12 ปี และเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 6 แต่ก็มีความรู้ความสามารถในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี โดยลักษณะงานที่ได้มอบหมายให้ ด.ช.จ. ช่วยปฏิบัติสนับสนุนการดำเนินกิจการของคณะบุคคลฯ อาทิ จัดเตรียมและพิมพ์ใบเสร็จรับเงินให้กับลูกค้า และเป็นผู้ลงนามในฐานะเป็นผู้รับเงินของสำนักงานบัญชี ค้นหาและสั่งพิมพ์ประกาศ และคำสั่งของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมสรรพากรที่ได้แจ้งทาง อินเทอร์เน็ต นำเอกสารของลูกค้าไปถ่ายเอกสาร และทำหน้าที่รับและส่งอีเมล จัดเก็บเอกสารเข้าแฟ้มและอื่น ๆ เป็นต้น จึงมีปัญหาว่า 1.คณะบุคคลโดยนาย ว.หรือ ด.ช.จ. เป็นคณะบุคคลถูกต้องหรือไม่ 2. คณะบุคคลฯ สามารถประกอบกิจการรับทำบัญชีได้หรือไม่ ถ้าทำได้ต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีอย่างไร เกี่ยว กับเรื่องนี้กรมสรรพากรได้มีแนววินิจฉัยตามหนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0706/5637 ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2548 ว่า 1.การประกอบกิจการร่วมกันในฐานะของคณะบุคคลตามประมวลรัษฎากรจะต้องเป็นกรณีที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปตกลงทำกิจการร่วมกัน โดยในการประกอบกิจการในฐานะคณะบุคคลนั้นจะต้องร่วมกันรับผิดชอบในกิจการ และเงินได้จะต้องเป็นของคณะบุคคลด้วย 2.คณะบุคคลมีสิทธิประกอบกิจการใดก็ได้ เว้นแต่โดยสภาพของหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำนั้นคณะบุคคลไม่อาจกระทำได้ และในการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน ในชื่อของคณะบุคคลนั้นตามมาตรา 56 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร เป็นอันว่า คณะบุคคลสามารถจัดทำบัญชีได้ แต่ต้องไม่มีเจตนาที่จะแบ่งปันผลกำไร ดังนั้น ในปีปัจจุบัน กรมสรรพากรจึงขอให้คณะบุคคลเปลี่ยนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญให้สมกับเจตนาในการจัดตั้งครับ.

Comments Off
มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ผมอ่านแล้วชอบมาก คือ หนังสือเรื่อง เดอะ ริชท์ แมน อิน บาบิลอน หรือนิทานมหาเศรษฐีแห่งเมืองบาบิลอน ซึ่งในฉากเริ่มมีตัวละคร 2 ตัวนั่งจับเข่าคุยกัน บ่นตัดพ้อว่า ชีวิตช่าง อาภัพนัก ทำงานแทบตาย สายตัวแทบจะขาด แต่สุดท้าย ในกระเป๋ากลับไม่มีเงินแม้แต่น้อย ความฝันต่าง ๆ ที่เคยมีมาตั้งแต่ เด็กว่า วันหนึ่งฉันจะรวย ได้ทำทุกอย่างที่ปรารถนา ก็เป็นแต่เพียงความฝันที่ไม่เป็นจริง ตัวละครทั้งสองนี้เป็นเพื่อนรักกัน คนหนึ่งเป็นช่างต่อรถม้า อีกคนเป็นนักดนตรี ซึ่งต่างก็เป็นผู้ที่มีความเก่งกาจในศิลปะที่ตนเองประกอบอาชีพอย่างยิ่ง พออ่านแล้ว มีประเด็นที่ประทับใจยิ่งหลายเรื่อง ต่างเป็นบทเรียนเตือนใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการสะสมความมั่งคั่ง อันจะนำมาซึ่งชีวิตที่อยู่ดีกินดีของทุกคน วัน นี้จะขอนำมาเล่าให้ฟังถึงข้อคิด 3-4 ประการจากหนังสือเล่มดังกล่าว บทเรียนแรก ที่อ่านแล้วรู้สึกโดนใจ ก็คือ การเก่งเรื่องการงาน ในสิ่งที่ตนเองทำ ไม่พอ แต่ต้องเก่งเรื่องการเก็บออม หัวใจของความมั่งคั่ง อยู่ที่การรู้จักและเก่งในการเก็บออม ตัวละครทั้งสอง พอจับเข่าคุยกันแล้ว ก็คิดขึ้นได้ว่ามีเพื่อนคนหนึ่ง ที่เคย เรียนหนังสือมาด้วยกัน ตอนที่เรียนหนังสือ ก็ไม่ได้เก่งอะไร ที่แน่ ๆ คือ ไม่ได้เก่งกว่าในการสร้างรถ หรือในการเล่นดนตรีแม้แต่น้อย แต่ว่ากลับสามารถเป็นมหาเศรษฐีแห่งบาบิลอนได้ พอเพื่อนทั้งสองมาขอคำปรึกษา ท่าน มหาเศรษฐีบอกว่าแต่ก่อนเขาก็จนเช่นกัน เคยทำงานเป็นคนจดบันทึกที่ห้องสมุดของเมือง ทำได้เก่งมาก แต่ไม่เคยมีเงินเก็บ จนวันหนึ่ง ได้ข้อคิดเรื่องการเก็บออมมาว่า เงินที่หามาได้ ส่วนหนึ่งเป็นของเขาที่จะต้องรู้จักเก็บออมเอาไว้ มี 100 ก็เก็บไว้ 10 ไม่ใช้ให้จนหมด เหมือนแต่ก่อน เมื่อรู้จักที่จะเก็บออมเช่นนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่งคั่ง บทเรียนที่สอง การมีเงินมากไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือรายได้ที่จะเข้ามา บางคนมีเงินมาก อาจโชคดีที่ได้รับมรดก ถูกหวย ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี แต่เงินที่มีมากไม่สำคัญ ต่อให้มีมาก ก็มีจำกัด ถ้าใช้จ่ายไม่เป็น ก็หมด ไปได้ ที่สำคัญไปกว่าการมีเงินมากก็คือ กระแสรายได้ที่จะไหลเข้ามาต่อเนื่อง เติมให้เงินที่มีอยู่นั้น ไม่พร่องลง มีแต่เพิ่มพูน ตรงนี้ คนจะมั่งคั่งได้ก็ต้องรู้จักมอง ว่า อะไรหนอที่ทำรายได้ให้กับเรา ทำให้เงินทองไหลมาสู่กระเป๋าของเรา แล้วเราจะทำอย่างไรหนอ ที่จะเพิ่มพูนแหล่งที่จะทำให้ เรามีรายได้เข้ามายังกระเป๋ามากขึ้นจากเดิม ซึ่งความแตกต่างระหว่างคนที่รวยเพราะโชค และคนที่รวยอย่างยั่งยืน ก็อยู่ที่ตรงที่การให้ความใส่ใจ สนใจ เข้าใจกับการรักษา การ สร้างแหล่งรายได้กับเราให้พอกทวีคูณขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป บทเรียนที่สาม เรื่องนี้เคยพูดไปแล้ว ต้องรู้จักให้เงินทำงาน ไม่เก็บไว้ เฉย ๆ เอาเงินออมไปลงทุนอย่างระมัดระวังและเหมาะสม ให้เงินออกลูกออก หลานเป็นแหล่งสร้างรายได้ ให้เงินไหลมาหาเรา ให้สามารถสะสมความมั่งคั่งให้ยิ่งขึ้นไป หัวใจตรงนี้อยู่ที่การรู้จักลงทุนอย่างเหมาะสม รู้จักคัดเลือกโครงการที่ดีโดยไม่ประมาท เพราะเงินเมื่อไหลมาแล้ว ถ้าเจ้าของเงินไม่ระวัง เงินก็หนีจากเราได้เช่นกัน บทเรียนที่สี่ ต้องรู้จักใช้โอกาสที่มาหาเราให้เป็นประโยชน์ หัวใจสำคัญของการเป็นเศรษฐี อยู่ที่การรู้จักนำโอกาสที่มีใช้ให้เป็นประโยชน์ตรงนี้โชคดีก็จะมาหาเองถ้ารู้จักใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ ที่หลายคนพลาดคือ มีโอกาสกลับไม่ฉวยเอาไว้ปล่อย ผ่านหลุดมือไป ท้ายที่สุดก็วนเวียนอยู่ที่เดิม บทเรียนเหล่านี้ต่างมีคุณค่ายิ่ง ก็ขอให้เอามาพิจารณากันเนือง ๆ แม้จะไม่ได้ช่วยให้เป็นมหาเศรษฐีกันทุกคน แต่อย่างน้อยก็น่าจะทำให้ชีวิตของเรามีความมั่งคั่ง มีความสุขมากขึ้น ขอเอาใจช่วยครับ หมายเหตุ ผู้อ่านที่สนใจอ่านย้อนหลังหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เขียนได้ที่ www.kobsak.com ครับ.

Comments Off
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 28 ต.ค. ดัชนีอ่อนตัวในแดนลบทั้งวัน ตามแรงเทขายของนักลงทุน โดยระหว่างวันดัชนีทะยานขึ้นสูงสุดที่ 713.06 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 703.71 จุด จนมาปิดตลาดที่ 703.95 จุด ลดลง 10.59 จุด หรือ 1.48% ด้วยมูลค่าการซื้อขายเบาบาง 14,938.05 ล้านบาท ส่วนตลาดเอ็มเอไอ ปิดที่ 214.07 จุด ลดลง 0.60 จุด มูลค่าซื้อขาย 887.54 ล้านบาท น.ส.มยุรี โชวิกรานต์ ผอ.อาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับฐานลงตามตลาดหุ้นภูมิภาคและยุโรป หลังขาดปัจจัยบวกใหม่สนับสนุนบรรยากาศการลงทุน ประกอบกับดัชนีดาวโจนส์และราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าอ่อนตัว ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุน ส่วนแนวโน้ม มองว่า ดัชนียังแกว่งตัวคล้ายกับวานก่อน เนื่องจากยังขาดปัจจัยบวกใหม่กระตุ้นการลงทุน และคาดว่าหุ้นกลุ่มหลักจะถูกเทขายออกมา แนวรับที่ 700 จุด และแนวต้าน 700 จุด ด้านกลยุทธ์ แนะนำลงทุนหุ้นขนาดกลางที่ผลประกอบการไตรมาส 3 ออกมาโดดเด่น โดยเลี่ยงหุ้นใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง.

Comments Off
การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 15 ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แม้จะปิดฉากรูดม่านกันไปเรียบร้อยแล้ว แต่งานของชาติสมาชิกยังไม่จบลงตรงนั้น สัญญาที่ชาติสมาชิกลงนามร่วมกัน เพื่อเปิดตลาดการค้าเสรีระหว่างกัน เหมือนตะเกียงส่องทางให้บรรดาชาติสมาชิก เดินตามภายใต้เงื่อนเวลาที่กำหนด การเดินเข้าสู่จุดหมายที่ถูกกำหนดไว้ ในแต่ละประเทศคงต้องมีการหารือทั้งภาคเอกชนและรัฐบาล เพื่อหาทางร่วมมือเพื่อรับมือกับการเปิดตลาดเสรี คงไม่ต้องถามว่าทำไมชาติสมาชิกต้องทำตามสัญญา ทั้งที่บางเรื่องบางประเด็น สร้างความเสียหายให้กับภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรของประเทศนั้น ๆ เพราะความเสียหายไม่ได้เกิดกับประเทศใดประเทศหนึ่งทั้งหมด แต่เป็นการเฉลี่ยความเสียหายของชาติสมาชิก เพื่อ แลกกับผลประโยชน์ที่ได้มาทางด้านอื่น อย่างกรณีข้าวและปาล์มน้ำมันของไทย ต้องได้รับความเสียหายแน่นอน เมื่อเปิดพรมแดนการค้าเสรี แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมและการเกษตรของไทยในอนาคตข้างหน้าก็ได้ ขึ้นอยู่กับวิธีแก้ปัญหาและวางมาตรการรับมือ ปัญหาอยู่ที่ฝ่ายไทยทั้งรัฐบาลและเอกชน ทำอะไรไปบ้างกับการเปิดตลาดเสรี เท่าที่เห็นการเตรียมการของไทยยังน้อยมาก มีแต่โทษกันไปมาระหว่างรัฐและเอกชน ว่าเป็นตัวถ่วงทำให้ล่าช้า วันนี้ไม่มีเวลาให้ทะเลาะกันแล้ว มีแต่ต้องหันหน้ามาร่วมมือ เพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ให้เกิดกับประเทศให้มากที่สุด คงไม่ช้าที่จะเริ่มเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้.

Comments Off
คนในวัยหนุ่มสาวส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ได้คิดถึงชีวิตภายหลังเกษียณ เพราะดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวอยู่มาก แต่เชื่อว่าคนที่มีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไปแล้วคงจะเริ่มคิดแล้วว่า จะใช้ชีวิตอย่างไรภายหลังเกษียณจากการทำงาน และเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งก็คือ “จะมีเงินใช้ในชีวิตบั้นปลายอย่างไรและจำนวนเท่าไร ?” คำตอบก็คงจะขึ้นอยู่กับแบบแผนชีวิตที่ต้องการ ซึ่งแตกต่างกันไปของแต่ละบุคคล บางคนอาจจะชอบการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและสมถะกับครอบครัว แต่บางคนอาจจะยังชอบที่จะออกสังคมในการออกไปพบปะสังสรรค์ และมีงานอดิเรกที่มีค่าใช้จ่าย สูง เช่น การเดินทางท่องเที่ยวหาความสุข การเล่นกอล์ฟ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม โดยเฉลี่ยแล้วจากการสำรวจพบว่าค่าใช้จ่ายที่ จะทำให้อยู่ได้โดยไม่เดือดร้อนน่าจะอยู่ที่ประมาณ 70% ของรายได้ก่อนการเกษียณ การจะคำนวณหาจำนวนเงินที่จะเพียงพอแก่การเกษียณของแต่ละบุคคล ก็อาจจะทำได้ด้วยตนเอง ด้วยการลองประเมิน ค่าใช้จ่ายที่คิดว่าจำเป็นออกมารายเดือน และ แปลงให้เป็นเงินรายปี และลองให้สมมุติฐานว่าท่านจะมีอายุขัยเท่าไร และคำนวณจำนวนเงินที่จะต้องออมหรือหาไว้ก่อนการเกษียณเป็นตัวเลขประมาณการเบื้องต้นได้ สมมุติท่านเกิดในครอบครัวที่มีอายุยืนยาวพอประมาณ 80 ปี และเป็นคนที่ดูแลสุขภาพได้ดีพอสมควร ไม่เป็นโรคร้ายที่ต้องใช้เงินรักษาพยาบาลมาก หรือท่านได้ทำประกันชีวิตและสุขภาพไว้แล้ว ก็สามารถลองประมาณหรือตั้งเป้าดูว่าท่านยังต้องการเงินไว้ใช้จ่ายอีกสักเท่าไหร่ ตัวอย่างในการประมาณค่าใช้จ่าย เช่น ค่าอาหาร ค่าสาธารณูปโภคที่จำเป็น เช่น ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน และในแต่ละปีท่านชอบท่องเที่ยวด้วย ต้องไปเที่ยวกับญาติมิตรประมาณปีละครั้งในงบประมาณสัก 60,000 บาท เพียงเท่านี้ท่านก็จะมีค่าใช้จ่ายต่อปีที่ 300,000 บาท จากนั้นก็คำนวณหามูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่ปลอดหนี้ที่มีอยู่ทั้งหมด หากท่านได้มีทรัพย์สินเงินทองที่ให้ดอกผลสุทธิ 5% อยู่จำนวน 6 ล้านบาท ก็ถือว่าท่านมีเงินเพียงพอแก่การเกษียณ โดยใช้แต่ดอกผลแล้วยัง มีเงินต้นเผื่อเหตุฉุกเฉินหรือเจ็บป่วยร้ายแรงที่ไม่คาดคิด หรืออาจเหลือไว้เป็นมรดกแก่ลูกหลานได้ ซึ่งในกรณีนี้ประมาณการ ตัวเลขเป้าหมายเงินออม ณ วันเกษียณของท่านจึงอยู่ที่ประมาณ 6 ล้านบาท ตัวเลขที่เห็นอาจดูมากจนน่าตกใจ แต่นั่นหมายถึงอิสรภาพทางการเงินที่ทุกคนใฝ่ฝันเป็นเพียงแค่ตัวอย่างวิธีการที่เสนอให้กับคนทั่วไปที่ยังไม่มีทรัพย์สินหรือเงินออมเพื่อการเกษียณเท่านั้น สำหรับข้าราชการนั้น นับว่ารัฐได้สร้างระบบการให้ความมั่นคงในยามเกษียณไว้รองรับไว้พอสมควร ข้าราชการยังมีเงินบำนาญ และสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ต่าง ๆ และในส่วนของสมาชิก กบข.ยังจะได้รับเงินส่วนที่ออมอยู่กับ กบข. ด้วย ดังนั้นตัวเลขเป้าหมายเงินออม ณ วันเกษียณ จึงอาจไม่ต้องสูงเท่าในตัวอย่างข้างต้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเป้าหมายที่พึงทำให้ได้ ก็ยังอาจสูงได้หากท่านมีค่าใช้จ่ายมากกว่า ตัวอย่างเช่น ท่านอาจมีภาระต้อง เลี้ยงดูคนในครอบครัวด้วย หรือในอนาคตค่าใช้จ่ายอาจสูงขึ้นข้าวของแพงขึ้นเป็นต้น การรีบเก็บเงินสะสมให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ และยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งสุขสบายในอนาคตมากขึ้นค่ะ แต่ถ้าบางท่านที่มีสินทรัพย์อยู่แล้วเช่น บ้านที่อยู่อาศัย ความต้องการเงินออมสำหรับการเกษียณก็จะลดลง สำหรับคนที่ยังมีเงินไม่เพียงพอก็ขออย่าท้อใจนะคะ ก็ต้องเริ่มจากการวางแผนหารายได้ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และมีการนำออมที่มีอยู่ไปลงทุนให้งอกเงยเสียตั้งแต่วันนี้ค่ะ.

Comments Off
โทรฯหลอกให้โอนเงินจ่ายหนี้ นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมากผ่านศูนย์แก้ปัญหาการปล่อยสินเชื่อของธปท.ว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์ไปหาประชาชนและแจ้งให้ทราบว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต และหนี้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ โดยอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของ ธปท.และให้ประชาชนรีบไปเคลียร์หนี้สินและให้แจ้งบัตรประจำตัวประชาชน รหัสบัตรเครดิต และให้โอนเงินชำระหนี้ แต่ลูกค้าบางรายได้ตอบกลับไปว่าไม่ได้เป็นหนี้กลุ่มมิจฉาชีพจะขอตรวจสอบข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนว่ามีเลขอะไรบ้าง ซึ่ง ธปท. ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกลวง เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมได้ และถ้ามีปัญหาข้องใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ฮอตไลน์ 0-2283-5900 “ธปท.ยืนยันว่าไม่ได้มีการส่งใครไปถามข้อมูลจากประชาชน เพราะเป็นเรื่องระหว่างธนาคารพาณิชย์กับลูกหนี้ ไม่เกี่ยวกับ ธปท. ซึ่งหากประชาชนพบว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลไม่ควรตกใจเกินเหตุ และถ้าไม่แน่ใจให้โทรฯ หาเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์ฯ สอบถามข้อมูลได้ทันที” สำหรับศูนย์ประสานงานแก้ปัญหาการปล่อยสินเชื่อนั้น มีขอบเขตหน้าที่ในการรับแจ้งปัญหาเกี่ยวกับการให้บริการของธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะเกี่ยวกับปล่อยสินเชื่อและเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยจะรวบรวมข้อมูลจากผู้ร้องเรียน และประสานงานกับธนาคารพาณิชย์เพื่อให้ทราบประเด็นปัญหา รวมทั้งติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา เพื่อนำไปสู่ข้อสรุป หรือการคลี่คลายปัญหา ซึ่งจะทำให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชนเพิ่มขึ้น.

Comments Off
นายนิโรธ เจริญประกอบ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ผู้บริโภคได้ร้องเรียนเรื่องความไม่ปลอดภัยของสินค้าเพียง 1 รายการ หลังจากที่กฎหมายความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย หรือพีแอล ลอว์ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 52 โดยพบตะกอนก้นขวดในน้ำอัดลมบางยี่ห้อ ซึ่งพบว่าไม่เข้าข่ายการทำให้เกิดความเสียหายในร่างกายแต่อย่างใด ซึ่งเป็นเพียงข้อพิพาทตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้นและ สคบ. ได้เจรจาไกล่เกลี่ยเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามการนำกฎหมายพีแอลมาใช้ในไทยถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากเพราะผู้บริโภคจะได้รับสิทธิคุ้มครองหากได้รับความเสียหายในสินค้าที่ไม่ปลอดภัย รวมถึงผู้บริโภคไม่ต้องมีการพิสูจน์ความเสียหายที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการเองจะต้องมีความรับผิดชอบในตัวสินค้ามากขึ้น และมีความสุจริตในการประกอบธุรกิจ.

Comments Off
นายนิธิ มหานนท์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัทโรงพยาบาลปิยะเวท ผู้บริหารโรงพยาบาลปิยะเวท เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับโครงสร้างบริหารใหม่รอบ 16 ปี ภายหลังที่นายเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของกระทิงแดง ได้เข้ามาถือหุ้นใหญ่โรงพยาบาลฯ ในสัดส่วน 75% และอีก 19% เป็นของกลุ่มแพทย์โรงพยาบาลปิยะเวท ในนามบริษัท มดหมอ ส่วนที่เหลืออีก 6% เป็นของผู้ถือหุ้นรายย่อย โดยได้ปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ตั้งแต่ต้นปี 52 แทนผู้ถือหุ้นเดิม นพ.บุญ วนาสิน ของกลุ่มโรงพยาบาลธนบุรีที่หันไปดูแลกลุ่มธุรกิจต่างประเทศและลงทุนในโครงการอื่นแทน ทั้งนี้ช่วงกลางปีที่ผ่านมาโรงพยาบาลปิยะเวท ได้ปรับโครงสร้างบริหารใหม่ โดยนายเฉลียว อยู่วิทยา ได้ส่งทายาทเข้ามาบริหาร ธุรกิจ ประกอบด้วย นายจิรวัฒน์ อยู่วิทยา ดำรงตำแหน่งประธานบริษัท นายศราวุฒิ อยู่วิทยา, น.ส.สุทธิรัตน์ อยู่วิทยา, นายศกล อยู่วิทยา และผู้บริหารจากบริษัท ทีซี-มัยซิน ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ส่วนกลุ่มแพทย์โรงพยาบาลที่มีอยู่ราว 10 คนจะไปดำรงตำแหน่ง กรรมการบริหาร.

Comments Off
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์ ช่วยดูแลการปรับโครงสร้างจัดเก็บภาษีสรรพสามิตใหม่ หลังจากกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอให้ ครม.พิจารณาในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบ ต่อต้นทุนสินค้าบางรายการ เช่น เครื่องปรับอากาศ น้ำผลไม้ และยางรถยนต์ รวมทั้งจะเข้าดูว่าโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ ขัดต่อข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ ที่ไทยได้ผูกพันทางด้านภาษีไว้หรือไม่ “ตอนนี้ไทยได้ผูกพันการลดภาษีไว้ในหลายกรอบความร่วมมือ ทั้งองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) และกรอบความตกลงเสรีทางการค้า (เอฟทีเอ) ซึ่งบางสินค้าภาษีจะลดเหลือ 0% ไม่มีการเก็บภาษีอีกต่อไป แต่ในการแก้ไขโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่นั้น กระทรวงการคลังจะให้อำนาจอธิบดี คิดอัตราภาษีสรรพสามิตได้เอง ซึ่งอาจมีหลักการคิดภาษีใหม่ จนทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น ทั้งที่ตามข้อตกลงเอฟทีเอ เมื่อเปิดเสรีแล้วภาษีนำเข้าจะต้องเหลือ 0% และไม่ควรเรียกเก็บซ้ำอีก” รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งเพิ่มว่า ปัญหาที่ภาคเอกชนกังวลก็คือ เมื่อนำเข้าสินค้าบางรายการมาแล้ว และสินค้ารายการนั้นมีภาษีเหลือ 0% แต่กรมสรรพสามิตอาจคิดภาษีสรรพสามิตใหม่เข้าไปในราคาสินค้านำเข้า จนทำให้ผู้ประกอบการต้องเสียภาษีซ้ำซ้อน ทั้ง ๆ ที่ไม่ควรจะต้องเสียแล้ว จึงต้องการขอให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาช่วยดูในเรื่องนี้.

Comments Off
นายบวร วงศ์สินอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสปฏิบัติการ บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มปตท. อยู่ระหว่างรอคำตัดสินจากศาลปกครองสูงสุดหลังหน่วยงานรัฐได้ยื่นคำคัดค้านต่อศาลปกครองกลางที่ให้ระงับการดำเนินงาน 76 โครงการว่าจะออกมาลักษณะใดหากยืนตามคำสั่งศาลปกครองกลางในการระงับกิจการทั้งหมดยอมรับว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการลงทุนใหม่อาจต้องพิจารณาแหล่งลงทุนในประเทศอื่นที่มีศักยภาพกว่า เช่น เวียดนาม จีน “ล่าสุดการลงทุนใหม่คงจะต้องชะลอออกไปเพื่อความชัดเจน เพราะคงไม่มีใครกล้าที่จะทำอะไร ขณะที่เครือปตท.เองก็เช่นกัน หากผลออกมาไม่ชัดเจนในข้อกฎหมายลงทุนใหม่คงไม่อยู่ โดยเฉพาะ ปิโตรเคมีเฟส 4 ของเครือปตท.อาจต้องหาประเทศอื่น โดยที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งศาลปกครองกลางที่ให้ระงับชั่วคราว มี 76 โครงการมูลค่า 288,097 ล้านบาท เป็นของเครือปตท. 25 โครงการมูลค่า 130,000 ล้านบาท” นายพีระพัฒน์ รุ่งเรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมฯอุตสาหกรรมมาบตาพุด กล่าวว่า ภาพลักษณ์ประเทศไทยไม่ดีนักต่อปัญหามาบตาพุดแต่นักลงทุนต่างประเทศส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อมั่นและมองไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนอยู่ ดังนั้นอยากให้ทุกฝ่ายมองว่ามาบ ตาพุดคือประเทศไทยเพราะการลงทุนในมาบตาพุดเกือบทั้งหมดเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำที่จะป้อนวัตถุดิบไปยังโรงงานทั่วประเทศ.

Comments Off