“จริงเหรอ มารศรี ที่ฝรั่งไม่ถือกันถ้าโดนเรียกว่าหมา” “จริงสิ หมาในสังคมฝรั่งไม่ได้เป็นสัตว์ที่ถูกรังเกียจหรือดูถูกเหมือนหมาในสังคมไทย โอเค สมัยโบราณอาจจะมีบ้าง เราถึงได้สำนวนอย่าง Every dog must have its day. = หมาทุกตัวต้องมีวันของตัวเอง หมายความว่าแม้แต่สัตว์ที่ต่ำต้อยที่สุดยังมีวันได้มีความสุขหรือความสำเร็จบ้าง หรือ sick as a dog = ป่วยราวกับหมา แบบหมาจรจัดที่นอนซมข้างถนนสูดควันพิษแถวสี่แยกบ้านเธอนั่นไง หรือ let sleeping dogs lie = จงปล่อยให้หมาที่หลับอยู่นอนต่อไป คืออย่าแหย่หมาหลับ ซึ่งของไทยมาดัดแปลงเป็นอย่าแหย่เสือหลับ แล้วก็ยังมี It’s a dog’s life. = มันเป็นชีวิตของหมา ซึ่งถ้าเป็นสมัยโบราณก็ถือว่าเป็นชีวิตที่แย่ แต่สมัยนี้ถ้าเธอเป็นหมาที่นิวยอร์ก เธอคงมีชีวิตที่สุขสบาย ได้กินอาหารดี ๆ มีคนพาไปเดินเล่นทุกวัน อยากจะเข้าห้องน้ำที่ไหนก็เข้าได้ ไม่ว่าตรงนั้นจะเป็นห้องน้ำหรือเปล่า” “มีสำนวนเยอะขนาดนี้ที่พูดถึงหมาราวกับว่ามันเป็นสัตว์ที่ต่ำต้อย แสดงว่าฝรั่งมีการเปลี่ยนทัศนคติต่อหมาเยอะพอสมควรสิ” “ก็จริงของเธอ ฉันว่าหนังสือของ Jack London ที่เกี่ยวกับการผจญภัยของคนกับหมาในธรรมชาติที่กันดารหนาวเหน็บ หรือหนังอย่าง Old Yeller ซึ่งตอนจบคนดูร้องไห้กันทั้งโรง ทำให้ฝรั่งมองหมาว่าเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ตามภาษิตที่ว่า A dog is a man’s best friend. = หมาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ (ผู้ชาย)” “แต่หนังสืออย่าง Charlotte’s Web หรือหนังอย่าง Babe ก็ไม่ได้ทำให้ฝรั่งเลิกกินหมูนะ ทั้ง ๆ ที่หมูในเรื่องแสนจะฉลาดและน่ารัก” “และแฟนเก่าเธอก็ทิ้งเธอไปทั้ง ๆ ที่เธอแสนจะฉลาดและน่ารัก ก็มันคนละเรื่องกันนี่ยะ หมามันขนปุกปุย ช่างประจบเจ้าของ สั่งให้ทำอะไรมันก็ทำ แต่จริง ๆ แล้วเธอรู้ไหมว่าคุณสมบัติของหมาในภาษาอังกฤษคือตามติดไม่ย่อท้อ เพราะว่าคำว่า dog สามารถใช้เป็นกริยาได้ แปลว่า ตามติด เช่น Misfortune dogged me at every step. = ความโชคร้ายตามติดฉันไปทุกย่างก้าว หรือ Why are you dogging me like that? = ทำไมเธอถึงตามฉันติดอย่างนั้น” “อ๋อ แบบในเพลง Hound Dog ก็เป็นความหมายนี้ใช่ไหม” “ก็ทำนองนั้นแหละ เขาร้องว่า You ain’t nothing but a hound dog. คำว่า hound ก็แปลว่า หมา เหมือนกัน เอ้า สุนัขก็ได้ แบบชื่อนิตยสาร Horse and Hound ถ้าเป็นกริยา hound ก็แปลว่า ตามติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามไปสร้างความรำคาญใจให้กับผู้ถูกตาม เช่น The press hounded us wherever we went. = พวกหนังสือพิมพ์ตามติดเราไม่ว่าเราจะไปไหน”. หนังสือ “ฟอไฟฟุดฟิดอังกฤษอเมริกัน” เล่ม 1-6 รวมซีดี ลดจาก 600 เหลือ 550 บาท หรือถ้าไม่เอาซีดีก็เพียง 480 บาท ส่ง EMS ฟรี ส่งธนาณัติสั่งจ่ายนายเสาวพจน์ ศรีวลี 20/1 ซอยอินทามระ 7 ป.ณ. สามเสนใน กท. 10400 หรือเข้าบัญชี ธ.กรุงเทพ หมายเลข 111-4-02764-0 แฟกซ์ใบสั่งจ่ายไปที่ 0-2616-8215 อย่าลืมเขียนชื่อ-ที่อยู่นะครับ เว็บไซต์ผม http://boonhod.50megs.com อีเมล ผม boonhod@hotmail.com

Comments Off
ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า วัฏจักร หมายถึง ช่วงระยะเวลาของเหตุการณ์หรือกิจกรรมชุดหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นและดําเนินติดต่อกันไปอย่างมีระเบียบจนจบลง ณ จุดเริ่มต้นนั้นอีก เช่น วัฏจักรแห่งฤดูกาล วัฏจักรแห่งพืช ในทางเศรษฐกิจก็มีคำที่ใช้อธิบายความเป็นไปของภาวะเศรษฐกิจเช่นกัน โดยมากที่รู้จักกันก็จะใช้ว่า วัฏจักรธุรกิจ (business cycles) หมายถึง ภาวการณ์ที่แสดงถึงการเคลื่อนไหวในทางสูงขึ้นหรือต่ำลงของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (real GDP) อันเนื่องมาจากการขยายตัวหรือหดตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยทั่วไปวัฏจักรธุรกิจรอบหนึ่ง ๆ จะแบ่งออกเป็น ๔ ช่วง คือ ช่วง ภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว (recovery) เป็นช่วงที่สถานการณ์ของระบบเศรษฐกิจเริ่มขยายตัวหลังจากที่เศรษฐกิจตกต่ำถึงที่สุดแล้ว ซึ่งอาจจะพิจารณาได้จากการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคเพิ่มขึ้น การลงทุนเริ่มขยายตัว การว่างงานเริ่มลดลง ระยะต่อมาก็จะเป็นช่วงที่เข้าสู่ ภาวะเศรษฐกิจรุ่งเรือง (prosperity) หรือภาวะเฟื่องฟู (boom) เป็นระยะที่สถานการณ์ของภาวะเศรษฐกิจมีการขยายตัวเต็มที่จนถึงระดับสูงสุด (peak) มีการลงทุนเป็นจำนวนมาก มีธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย การจ้างงานเพิ่มขึ้นมากจนทำให้อัตราการว่างงานอยู่ในระดับที่ต่ำ รายได้ต่อหัวของประชาชนอยู่ในระดับสูง หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ช่วงชะลอตัวหรือ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (recession) ซึ่งเป็นช่วงที่หลังจากสถานการณ์ของระบบเศรษฐกิจขยายตัวจนถึงจุดรุ่งเรืองสูงสุดแล้ว การถดถอยเริ่มแสดงให้เห็นเมื่อผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติลดลง การใช้จ่ายรวมของระบบเศรษฐกิจลดลง ผลผลิตที่แท้จริงลดลงหรือไม่เพิ่มขึ้น และอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น หากไม่มีการแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงทีก็จะนำไปสู่ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ (depression) ซึ่งเป็นภาวะที่ระบบเศรษฐกิจได้รับเสียหายจากการลดลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้การลงทุนลดลง และทำให้ระดับการว่างงานเพิ่มขึ้น เช่น ปรากฏการณ์ Great Depression ที่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ซึ่งก็คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีก แต่ในเมื่อมันเป็นวัฏฏะ เราก็คงทำได้แต่เพียงขอให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปโดยเร็วที่สุดเท่านั้นเอง. จินดารัตน์ โพธิ์นอก

Comments Off
อ้างเพิ่มคะแนน GAT,PATได้ ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้นักเรียนจำนวนหนึ่งโทรศัพท์เข้ามาแจ้งที่ สทศ. ว่ามีคนโทรศัพท์ไปหา โดยระบุว่าสามารถปรับผลคะแนนสอบวัดความถนัดทั่วไป หรือ GAT และคะแนนสอบวัดความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ PAT ให้สูงขึ้นได้ โดยขอให้ส่งข้อมูลส่วนตัวไปให้ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เป็นต้น ซึ่งตนขอเตือนไปยังนักเรียนทุกคนว่าให้ระวังและอย่าไปหลงเชื่อส่งข้อมูลส่วนตัวให้กลุ่มมิจฉาชีพพดังกล่าว และขอย้ำว่า สทศ.ไม่เคยให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ไปหานักเรียน และไม่มีใครสามารถไปปรับผลคะแนนการสอบให้แก่นักเรียนได้ ใครทำข้อสอบได้เท่าใด คะแนนที่ได้ก็เป็นเช่นนั้น ทั้งนี้หากพบเบาะแสกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวสามารถแจ้งข้อมูลมาที่ สทศ. โทร. 0-2219-2991-5 ด้าน นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ใน วันที่ 29 ต.ค.-1 พ.ย. นี้ จะมีการทดสอบ GAT และ PAT ครั้งที่ 3 เดือนตุลาคม รอบพิเศษ ซึ่งเมื่อได้สิทธิสอบแล้วก็ขอให้มาสอบทุกคน และปฏิบัติตามระเบียบการสอบอย่างเคร่งครัดด้วย.

Comments Off
นายประเสริฐ งามพันธุ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า จากที่คณะกรรม การสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ได้ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคล เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. ที่ว่างอยู่ 11 ตำแหน่ง ระหว่างวันที่ 8-14 ต.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้มาสมัครทั้งสิ้น 1,350 คน แต่มีสิทธิสอบข้อเขียน 1,299 คน ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่สำนักงาน ก.ค.ศ. และเว็บไซต์ www. moe.go.th/webtsc โดยจะสอบข้อเขียนที่โรงเรียนหอวัง วันที่ 7 พ.ย. และวันที่ 11 พ.ย. ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านข้อเขียน 200 คน เรียงตามลำดับคะแนน ซึ่งทุกคนต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 60 เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวต่อไปว่า ผู้ที่สอบผ่านข้อเขียนต้องส่งรายงานประวัติ ผลงาน วิสัยทัศน์ และแนวทางการพัฒนาเขตพื้นที่ฯ ความยาวไม่เกิน 10 หน้ากระดาษเอ 4 มาที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ระหว่างวันที่ 12-16 พ.ย. จากนั้นจะประเมินสมรรถนะทางการบริหาร วันที่ 17-20 พ.ย. ประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง วันที่ 30 พ.ย.-4 ธ.ค.โดยจะประกาศชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก 60 คน ในวันที่ 15 ธ.ค. 2552 โดย 11 คนแรกจะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. ที่ว่างอยู่ ส่วนที่เหลืออีก 49 คน จะขึ้นบัญชีไว้ 2 ปี และระหว่างนั้นหากมีตำแหน่ง ผอ.สพท. ว่างก็นำรายชื่อมาบรรจุและแต่งตั้งได้ทันที.

Comments Off
‘จุรินทร์’จี้สางคดีไถครูขอมีวิทยฐานะ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) และคณะผู้บริหารโรงเรียน 22 แห่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนต้นแบบในการยกระดับโรงเรียนทั่วประเทศ 500 แห่ง เป็นโรงเรียนดีระดับสากล เมื่อ วันที่ 28 ต.ค. ว่าที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการยกระดับโรงเรียนทั้ง 500 แห่งว่า จะต้องมุ่งเน้นในด้านความเป็นเลิศทางวิชาการ การบริหารจัดการที่ดี รวมถึงการพัฒนาผู้บริหาร ครูผู้สอน และด้านปัจจัยพื้นฐาน เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ต้องการทำให้ผู้เรียน เป็นผู้ที่ เก่ง ดี มีความสุข ภาค ภูมิใจในความเป็นไทย และก้าวสู่ระดับสากลอย่างน้อยในกรอบของประชาคมอาเซียน โดยการดำเนินงานในโครงการดังกล่าว จะใช้งบประมาณจากโครงการแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง หรือ SP2 ตั้งแต่ปี 2553-2555 จำนวน 2,358 ล้านบาท นายจุรินทร์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการเรียกรับผลประโยชน์จากครูที่ขอมีวิทยฐานะว่า คาดว่าในวันที่ 29 ต.ค. นี้ คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แต่งตั้ง จะสอบสวนแล้วเสร็จ และหากพบว่ามีมูลความผิดจริง ก็จะดำเนินการลงโทษในมาตรการขั้นเด็ดขาด เพราะตนได้ย้ำเป็นนโยบายมาโดยตลอดว่า ไม่อยากให้มีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น.

Comments Off
วันนี้(29ต.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมยูเนสโก ครั้งที่ 35 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้ประกาศผลการคัดเลือกคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ แทนคณะกรรมการฯ ที่จะหมดวาระ 12 ประเทศว่า นางโสมสุดา ลียะวณิช รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)ในฐานะผู้แทนประเทศไทย ได้รับคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการมรดกโลก โดยในการประชุมครั้งนี้ประเทศสมาชิกภาคี 29 ประเทศได้ส่งผู้แทนเข้าคัดเลือกเป็นคณะกรรมการมรดกโลก โดยภูมิภาคเอเชียมีโควตา 2 ตำแหน่ง และอีกหนึ่งคนมาจากผู้แทนจากประเทศกัมพูชาที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการฯ ด้วยเช่นกัน โดยนางโสมสุดา ในฐานะผู้แทนประเทศไทยได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการมรดกโลก จะดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2552-2556 สำหรับนางโสมสุดา เป็นคนไทยคนที่ 2 ต่อจากนายอดุล วิเชียรเจริญ ที่ปรึกษาคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย ดร.โสมสุดา เกิดที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนราชินี แล้วเข้าศึกษาต่อที่คณะศิลปศาสตร์ สาขาโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ขณะที่ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 ก็ได้รับทุนเอเอฟเอส ไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 1 ปี แล้วกลับมาศึกษาต่อวิชาโบราณคดีที่มหาวิทยาลัยศิลปากร จนจบได้ศิลปศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดลไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านมนุษยวิทยา (วิชาเอกโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์) มหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ และศึกษาปริญญาเอกด้านโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความยินดีกับนางโสมสุดา และคณะกรรมการทุกฝ่าย ที่ช่วยกันสนับสนุนจนทำให้นางโสสุดา ได้รับคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการมรดกโลกจากที่ประชุมยูเนสโก ครั้งที่ 35โดยหวังว่าปัญหาเขาพระวิหารจะได้มีการแก้ไขไปในทางที่ดี

Comments Off
แสดงเทิดพระเกียรติในหลวง นายกมล สุวุฒโฑ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (สบศ.) เปิดเผยว่า สบศ.ได้รับงบประมาณจากโครงการแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง จำนวน 35 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเผยแพร่การแสดงและถ่ายทอดผลงานด้านศิลปะนาฏศิลป์ไทย โดยจะแบ่งการแสดงเป็น 2 ระดับ คือ 1. การแสดงมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น และการแสดงพื้นบ้าน อาทิ ลิเก ลำตัด หมอลำ ซึ่งจะให้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแต่ละภาค เช่น นำลำตัด ซึ่งเป็นการแสดงพื้นบ้านของภาคกลาง ไปจัดแสดงในภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือ ภาคใต้ เป็นต้น และ 2. การแสดงในราชสำนัก อาทิ โขน ละคร ตามมาตรฐานการแสดงที่สืบทอดมาแต่โบราณ เพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการอนุรักษ์โขนให้คงอยู่ต่อไป นายกมล กล่าวต่อไปว่า การเดินสายจัดแสดง จะมีระยะเวลาดำเนินการ 8-10 เดือน โดยในส่วนภูมิภาค สบศ.ได้มอบให้วิทยาลัยนาฏศิลป์ 12 แห่งทั่วประเทศ จัดหาสถานที่จัดแสดง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักศึกษาร่วมแสดงด้วย สำหรับสถานที่จัดแสดงในส่วนกลาง จัดไว้ 3 แห่ง คือ สวนสันติไชยปราการ โบสถ์ติดกับโรงละครแห่งชาติ และศาลาเฉลิมกรุง โดยการแสดงที่ศาลาเฉลิมกรุง จะมีการเก็บค่าเข้าชมในราคาถูก เพื่อนำเงินไปสร้างแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมด้วย “สบศ. ยังได้รับมอบหมายให้จัดการแสดงเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 82 พรรษา ระหว่างวันที่ 3-7 ธ.ค.นี้ ที่ลานแสดงกลางแจ้ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยจะมีการแสดงที่หลากหลาย อาทิ การแสดงตีกลองสะบัดชัย การฟ้อนรำ เพลงพื้นบ้าน ลำตัด เพลงเรือ เพลงฉ่อย โปงลาง รำวง รำแคน การแสดงมโนราห์ หนังตลุง ลิเกฮูลู ส่วนการแสดงโขน ละคร ในราชสำนัก จะมีการแสดงชุดโขน นางลอย ตอน ศึกพรหมาสตร์” อธิการบดี สบศ. กล่าว.

Comments Off
ศธ.ยันไม่นิ่งนอนใจ เล็งจัดสรรงบประมาณสนับสนุน ‘ครูโมบาย’ ให้กลับปฏิบัติหน้าที่เช่นเดิม
วันนี้ ( 29 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายครูอัตราจ้างรายเดือน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ครูโมบาย เดินทางเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อนายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคมาตุภูมิ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ กิจการชายแดนไทย-มาเลเซีย สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอความเป็นธรรม และเรียกร้องให้ผู้ที่รับผิดชอบเข้ามาดูแล กรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. มีมติเลิกจ้างครูโมบาย จำนวน 170 คน ในพื้นที่ภาคใต้ ด้านนายอารีเพ็ญ กล่าวว่าทางคณะอนุกรรมาธิการ เคยสอบถามไปยัง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ แล้ว และได้รับคำตอบว่าทางกระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องดังกล่าว โดยขณะนี้กำลังจัดสรรงบประมาณ เพื่อนำมาสนับสนุนให้ครูโมบายกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามเดิม พร้อมยืนยันว่า ครูโมบาย จะไม่ตกงานอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ทางคณะอนุกรรมาธิการจะเร่งบรรจุเรื่องดังกล่าวเป็นวาระการพิจารณาของที่ประชุม พร้อมเชิญตัวแทนผู้ที่เกี่ยวข้อง จากกระทรวงศึกษาธิการมาหารือถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ในสัปดาห์หน้า.

Comments Off
มติ ศธ. ฟัน 5 ผู้บริหารระดับสูง สกสค. กระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย-ฉ้อโกง จัดสร้าง ‘พระช.พ.ค.5′
วันนี้(29 ต.ค.)นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.)เปิดเผยว่า จากการที่ตนได้มอบหมายให้ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงโครงการสวัสดิการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) โครงการ 5 โดยมี นายสุนันท์ เทพศรี ผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นประธาน เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงความไม่ชอบมาพากลของโครงการ ช.พ.ค.5 นั้น ขณะนี้คณะกรรมการได้สรุปผลการสอบสวนและรายงานให้ตนทราบแล้ว โดยกรณีการจัดสร้างวัตถุมงคลพระพุทธโสธร รุ่น”เจริญสุข” ของสกสค.ซึ่งมีข้อกล่าวหาว่ามีการอ้างเบื้องสูง และ แอบอ้างพร้อมนำชื่อและตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย(มมร.) และสถาบันพระมหากษัตริย์ไปใช้ประโยชน์โดยมิชอบนั้น คณะกรรมการสอบสวนฯมีความเห็นว่า 1. สกสค.เกี่ยวข้องกับการจัดสร้างวัตถุมงคลดังกล่าวทั้งที่ไม่ได้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของ สกสค.ถือเป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และ 2.การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจว่าการสร้างวัตถุมงคลเพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้แก่ มมร.ซึ่ง ทาง มมร.ได้ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เท่ากับเข้าข่ายการกระทำที่ผิดกฎหมายอาญาข้อหาฉ้อโกงประชาชน หลอกลวงประชาชนด้วยข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินของผู้ถูกหลอกลวง ทั้งนี้คณะกรรมการสอบสวนฯมีความเห็นให้ดำเนินการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงของสกสค. 5 คน และ เจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่ง รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า จากนี้ตนจะมอบให้บอร์ด สกสค.ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมทั้งให้ส่งเรื่องและหลักฐานไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ดำเนินการในส่วนกรณีความผิดทางอาญาข้อหาฉ้อโกงประชาชนต่อไป อย่างไรก็ตามการสอบสวนของคณะกรรมการฯยังได้สอบถึงการทำประกันชีวิตเพื่อประกันเงินกู้ โครงการ ช.พ.ค.5 ด้วย โดยสรุปความเห็นว่า เงื่อนไขการทำประกันอาจจะขัดกับข้อบังคับของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) แต่เนื่องจากประเด็นนี้เป็นอำนาจของคปภ.ที่จะพิจารณาความผิด ซึ่งทราบว่าขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ คปภ. หากผลออกมาว่าเป็นความผิดกระทรวงศึกษาธิการก็จะรับมาพิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไป ด้านนายวัฒนา วรรณโสภา รองเลขาธิการ สกสค. กล่าวว่า ขอยืนยันว่าผู้บริหาร สกสค.4 คน ซึ่งประกอบด้วย เลขาธิการ สกสค.และรองเลขาธิการ สกสค. 3 คน ไม่มีส่วนร่วมใด ๆ กับข้อกล่าวหาฉ้อโกงดังกล่าว โครงการจัดสร้างวัตถุมงคลดังกล่าว เป็นเรื่องที่ปรึกษาสกสค.ที่ดำเนินการเองแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งก็ไปให้ปากคำกับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วว่า ขอรับผิดชอบเรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียว ไม่ทราบว่าทำไมคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจึงยังชี้มูลความผิดต่อผู้บริหาร สกสค.อีก.

Comments Off
วันนี้(29 ต.ค.) นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ รองผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า ขณะนี้ทราบมาว่า พระพรมมุนี วัดบวรนิเวศวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ มส. ตั้งขึ้นให้ดูแลการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ ได้พิจารณาร่างประกาศมหาเถรสมาคม (มส.) ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ คุณสมบัติ การจัดการศึกษาในสถาบันการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และจะสามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม มส. ได้ในเร็วๆนี้ เพื่อออกเป็นประกาศ มส. ทั้งนี้เมื่อประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้วจะทำให้ครูโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา มีสถานภาพรองรับตามกฎหมาย ขณะเดียวกันก็จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการในระดับต่างๆ ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการอำนวยการ ที่จะดูแลในภาพรวมทั้งหมดของโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ 2.คณะกรรมการเขตพื้นที่ โดยจะมีการแบ่งตามกลุ่มของโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ ที่มีการแบ่งอยู่แล้ว 14 กลุ่ม และ3.คณะกรรมการสถานศึกษา.

Comments Off