เมื่อสัปดาห์ที่แล้วในคอลัมน์ 1001 ดร.ยรรยง เต็งอำนวย ได้เล่าให้ฟังถึงการระบุตัวตนโดยใช้สิ่งที่อยู่ติดตัวพวกเรามาแต่กำเนิดซึ่งมีลักษณะแตกต่างกัน ในแต่ละตัวบุคคล ตัวอย่างเช่น ลายนิ้วมือ ม่านตา เป็นต้น มาในสัปดาห์นี้ ผมเห็นว่า น่าจะเล่าให้ท่านผู้อ่านได้เห็นภาพของการระบุตัวตนด้วยวิธีการอื่น ๆ อีกสักเล็กน้อย เพื่อทุกท่านจะได้เห็นภาพความสามารถในทางดีและร้ายของ “คน” ที่เสกสรรปั้นแต่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีความสามารถที่หลากหลายมากขึ้น และมากจนหลายคนอาจจินตนาการไม่ถูกว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ คอมพิวเตอร์จะสามารถสร้างคุณหรือสร้างโทษอะไรให้กับพวกเราได้บ้าง มีงานวิจัยที่ใกล้จะถูกสร้างออกมาเป็นโปรแกรมต้นแบบ เพื่อใช้ในการระบุตัวบุคคลผ่านโดยใช้บางสิ่งบางอย่างซึ่งพวกเราอาจจะคุ้นเคยอยู่แต่ไม่คิดว่า จะมีคนนำมาใช้ในการระบุตัวผู้ใช้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ล้อมวงเข้ามา แล้วลองจินตนาการตามผมดูครับ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพยายามอย่างหนักในการค้นหาต้นตอของข่าวลือ ซึ่งมีผู้ไม่หวังดีโพสต์ข้อความประหลาดเพื่อหวังผลในทางร้ายลงในเว็บไซต์แห่งหนึ่ง โดยในเว็บไซต์แห่งนี้ ใครก็สามารถโพสต์ข้อความลงไปได้ โดยไม่ต้องระบุชื่อ และไม่ต้องให้เลขประจำตัวประชาชน ผู้ประสงค์ร้ายรายนั้น กลัวว่า ตำรวจจะพิสูจน์ตัวตนของตนเองได้ จากชื่อผู้ใช้ และหมายเลขเครื่อง จึงไปโพสต์ข้อความนี้ในร้านอินเตอร์เน็ตแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่มีการบันทึกข้อมูลการใช้ ไม่มีกล้องวงจรปิด เมื่อผู้ประสงค์ร้ายโพสต์ข้อความเสร็จ ก็เดินจากไป และคิดว่า ตนเองไม่ได้ทิ้งร่องรอยใด ๆ ให้ตำรวจติดตามตนเองได้ ตำรวจไม่สามารถจับมือใครดมได้ อย่างดีก็ทำได้แค่เพียง ติดตามมาที่ร้านอินเทอร์เน็ตแห่งนี้ ซึ่งในท้ายที่สุด ก็จะไม่พบข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตนเอง แต่…ช้าก่อนครับ อย่าคิดว่า เทคโนโลยีในปัจจุบันตามตัวผู้ประสงค์ร้ายรายนี้ไม่ได้นะครับ ปัจจุบันสิ่งที่นักวิจัยจำนวนหนึ่งกำลังทำอยู่ คือ ความพยายามในการระบุตัวผู้ใช้ โดยใช้จังหวะการพิมพ์ข้อความผ่านทางแป้นพิมพ์ธรรมดา ๆ โดยมีสมมุติฐานว่า ผู้ใช้แต่ละคน จะมีจังหวะการพิมพ์ที่เป็นเอกลักษณ์ และแตกต่างจากบุคคลอื่น ซึ่งหากผู้ให้บริการเว็บไซต์ติดตั้งระบบที่เก็บข้อมูลจังหวะการพิมพ์ของผู้ใช้ไว้ จะสามารถแยกแยะและระบุตัวบุคคล ว่าเจ้าของข้อความข่าวลืออันนั้น เป็นใคร โดยใช้ข้อมูลจากจังหวะการพิมพ์ที่บันทึกไว้ขณะที่มีการพิมพ์ข้อความ ถึงแม้ว่า ความถูกต้องในการระบุตัวตนด้วยวิธีการนี้อาจยังไม่สูงมาก แต่ก็คงพอที่จะกำหนดขอบเขตว่า โดยปกติแล้ว ผู้ประสงค์ร้ายรายนี้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จากที่ใด มีชื่อผู้ใช้เป็นอะไร พิมพ์ข้อความอย่างไร และในท้ายที่สุด ก็จะสามารถช่วยบอกได้ว่า ใครกันแน่ที่ จะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ จากนั้นส่วนที่เหลือก็ ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของการสืบสวน สอบสวนของ เจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป สำหรับวันนี้ ผมขอทิ้งท้ายในบทความนี้ไว้ว่า เมื่อโลกไอทีหมุนเร็วขึ้น โลกใบนี้ก็แคบลง มีการสื่อสารกันมากขึ้น ข้อมูลมหาศาลทั้งจริงและไม่จริงวิ่งไปมาในโลกอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ในที่สุด…สิ่งที่หลายคนไม่คาดคิดก็มาถึง เมื่อข้อมูลกลายเป็นอาวุธที่มีอานุภาพมากกว่ากระสุนปืน สามารถทำลายฝ่ายตรงข้ามได้รวดเร็วราวพลิกฝ่ามือ แค่กดแป้นไม่กี่ครั้ง…ก็ทำเอาบ้านเมืองวุ่นวายไปหลายวัน. ผศ.ดร.สุกรี สินธุภิญโญ sukree.s@chula.ac.th ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Comments Off
ผลิตภัณฑ์จากชุมชนหลายอย่าง แม้เป็นของดี มีคุณภาพ ผู้บริโภคอยากได้ แต่ติดขัดเรื่องระยะทาง การจัดจำหน่ายไม่แพร่หลายให้กระจายทั่วถึง ผู้ซื้อไร้ความพยายามอย่างเราเลยอด ข้าวหลามหนองมน รวมถึงปลาเค็ม ของแห้งทั้งปวงที่ค้าขายอยู่ตลาดริมถนนสุขุมวิท ใกล้หาดบางแสน จ.ชลบุรี เป็นประเภทหนึ่งที่ไม่กล้าเฉียด เพราะรำคาญกับการจราจรติดขัด หาที่จอดรถไม่ได้ แต่วันนี้ อยากได้สิ่งใดจากตลาดนั้นก็คลิกสั่งซื้อได้จาก www.nongmon.com (หนองมนดอทคอม) เว็บไซต์นี้ เป็นอีคอมเมิร์ซเต็มรูป สั่งซื้อได้ผ่านหน้าเว็บ โดยเลือกรูปสินค้า คลิก Add to cart (หรือใส่ลงในรถเข็น) สั่งกี่ชิ้นก็ได้ ระบบจะคำนวณเงินให้ แต่การจ่ายเงิน ยังใช้วิธีโอนผ่านทางธนาคาร จากนั้นให้โทรฯ แจ้งตามเบอร์ที่ระบุ จะสั่งซื้อทาง อีเมลก็ทำได้ โดยแจ้ง รหัสสินค้าและจำนวนที่ nongmon8@gmail. com พร้อมกับหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อให้โทรฯ กลับไปแจ้งยอดสินค้าและค่าขนส่ง แต่ถ้าไม่อยากทำธุรกรรมหน้าจอ จะเจรจาด้วยเสียงก็ไม่ขัดข้อง เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อย จะส่งของทาง ไปรษณีย์อีเอ็มเอสภายใน 24 ชั่วโมง พงศกร เกลื่อนวัน ผู้ดูแลเว็บบอกว่าครอบครัวของเขาเลิกอาชีพจากทำนา หันมาค้าขายตั้งแต่รุ่นคุณตา คุณยาย เริ่มจากทำขนมหาบเร่ และเปลี่ยนมาทำข้าวหลามขายที่หนองมนได้ 48 ปีแล้ว ในนาม ข้าวหลาม “แม่เฮียง” ซึ่งเอามาจากชื่อคุณยาย พงศกรบอกว่า เติบโตและช่วยแม่ขายของที่ตลาดตั้งแต่อายุ 14 จึงมีภาพความประทับใจต่อบรรยากาศการค้าขายติดอยู่ในความทรงจำ แม้วันนี้เขามีอาชีพรับราชการ แต่คุณแม่ก็ยังทำข้าวหลามขายไม่ยอมหยุด จนปลายปี 2550 เขาได้เข้าอบรมหลักสูตรเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (เอ็นอีซี) ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและได้รับการถ่ายหลักการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซจาก สิทธิเดช ลีมัคเดช ผู้เขียนหนังสือคิดได้ขายเป็นบนโลกออนไลน์ ได้รู้ ได้เห็น ตลาดปัจจุบันซึ่งต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิง จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดหนองมนดอทคอมเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2551 ทั้งได้ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการสร้างเว็บ การถ่ายภาพ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จนมั่นใจว่าเราทำได้ ในวงงบประมาณที่ร้านเล็ก ๆ จะทำได้ เพื่อเพิ่ม สีสันของตลาดอีคอมเมิร์ซและเพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการขายให้ร้านข้าวหลามของคุณแม่ ไหน ๆ ก็ห้ามไม่อยู่ จึงส่งเสริมให้สุด ๆ ไปเลย ถึงจะเปิดเว็บอีคอมเมิร์ซ แต่เป้าหมายหลักของเขา เน้นการประชาสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าประจำกลุ่มเดิม และให้ข้อมูลกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งนิยมใช้อินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน ส่วนการซื้อขายออนไลน์เป็นผลพลอย เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่เป็นอาหาร หาซื้อได้ตามสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป ทั้งเป็นของฝากที่คนสัญจรแวะซื้อหา ยอดจำหน่ายหน้าร้านจึงขายดีกว่าหน้าเว็บ สินค้าที่มีผู้ซื้อผ่านเว็บ ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าประเภทหัตถกรรม เราสงสัยว่า คนไปหนองมน จะซื้อของหลายอย่าง ไม่ใช่เฉพาะข้าวหลาม มีทั้งฮ่อยจ๊อ ปลาเค็ม อันนี้ พงศกร บอกทำได้ แต่สอง อย่างนั่นต้องใส่ถุงสุญญากาศและควบคุมอุณหภูมิขณะจัดส่ง ไม่งั้นจะเสียหาย หากปลายทางเป็นกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงจะได้รับสินค้าวันถัดไป ส่วนสินค้าที่ไม่มีความเสี่ยงต่อความเสียหาย อาจไม่ต้องห่อให้มิดชิดนัก แต่ยังไงก็มีค่าขนส่งและค่าบริการ การคุยกับหนองมนดอทคอมได้ข้อมูลที่แตกต่าง เพราะส่วนใหญ่เห็นว่าขายทางเว็บดีกว่าหน้าร้าน แต่ที่หนองมน ขายหน้าร้านกลับดีกว่า ได้คำอธิบายว่า ลักษณะสินค้าคงเป็นจุดอ่อนของการขายผ่านเว็บ แต่การประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บก็ช่วยเพิ่มยอดขายในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งานเลี้ยงพระ การอบรม สัมมนา หรือเป็นของฝากระดับจังหวัด ซึ่งที่ผ่านมายอดขายด้านนี้ก็มีพอสมควร หนองมนดอทคอมใช้บริการเว็บสำเร็จรูป จึงพัฒนาและอัพเดทข้อมูลได้ บ่อย เพราะใช้งานง่าย ทำได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนำเสนอสินค้าก็ยัง ให้ข้อมูลอื่นที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้าและนักท่องเที่ยว ทั้งด้านการท่องเที่ยว สินค้าและบริการ โรงแรม ที่พัก เบอร์โทรศัพท์สถานที่สำคัญต่าง ๆ บทความและความรู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนการสั่งสินค้าจะสั่งได้ผ่านหน้าเว็บ ทางอีเมล และก็โทรฯ สั่งเลยครับ พงศกรเล่าว่า ปัญหาที่ผู้ประกอบการย่านหนองมนเผชิญอยู่ ก็คือกลุ่มทุน ที่มาในรูปแบบธุรกิจขนาดใหญ่ การแข่งขันสูงขึ้น อีกทั้งที่ตั้งของร้านอยู่ในตลาดเก่าแก่หนองมน ที่จอดรถไม่สะดวก แต่การเคร่งครัดกับคุณภาพ กล้ารับรองว่ามาหาเขา จะได้ข้าวหลามพันธุ์แท้ดั้งเดิม รสชาติดี ที่ขายมานานกว่า 48 ปีช่วยให้ยืนหยัดอยู่ได้ การมีเว็บ ยังช่วยเป็นช่องทางการให้ได้รับการติดต่อจากผู้จัดงานต่าง ๆ ให้ได้นำสินค้าพื้นเมืองไปขายอยู่เสมอเป็นโอกาสออนไลน์ที่ข้าวหลามหนองมนได้รับ. วีระพันธ์ โตมีบุญ VeeraphanT@Gmail.com

Comments Off
"การทำธุรกิจในปัจจุบันซึ่งมีการนำกลยุทธ์ด้านราคาเข้า มาใช้ ยิ่งทำให้การแข่งขันมีความรุนแรง เราจึงยิ่งต้องละเอียดทุกจุด และควรมีการประเมินตัวเองว่ามีจุดด้อยตรงไหนที่ต้องเร่งแก้ไข ในฐานะโรงสีขนาดเล็กยิ่งจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อลดต้นทุน และควบคุมการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงจะช่วยให้มีกำไรที่เหมาะสมและอยู่รอดได้” นี่คือแนวคิดของ “จอมพจน์ เกษมรุ่งชัยกิจ” ทายาทรุ่นที่ 3 ของโรงสีรุ่งชัยกิจ โรงสีขนาดเล็กใน จ.กาฬสินธุ์ ที่มีกำลังการผลิต 80 ตันข้าวเปลือกต่อวัน ก่อตั้งมายาวนานกว่า 60 ปี แม้เป็นโรงสีขนาดเล็กยังยืนหยัดในธุรกิจอุตสาหกรรมโรงสีข้าวโดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตบนพื้นฐานของความพอเพียง จอมพจน์ เล่าให้ฟังว่า เข้ามาดูแลกิจการได้ 4 ปีแล้ว ในฐานะลูกชายคนโตหลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย และเอ็มบีเอ จากมหาวิทยา ลัยธรรมศาสตร์ เมื่อเข้ามารับสืบทอดกิจการจึงได้ศึกษาธุรกิจและอุตสาหกรรมโรงสีข้าว พบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ธุรกิจโรงสีมีการแข่งขันรุนแรง ส่วนหนึ่งมาจากการแข่งขันทางด้านราคา เพราะจากจำนวนโรงสีที่มีกว่า 43,000 แห่งทั่วประเทศ ทำให้มี การแย่งซื้อวัตถุดิบ คือ ข้าวเปลือก แต่เนื่องจากข้าวขาวที่สีได้มีคุณภาพไม่แตกต่าง ส่งผลให้เกิดการตัดราคาขายข้าวขาวกันเองระหว่างโรงสีด้วยกัน จึงถือเป็นความจำเป็นต้องมองหาวิธีลดต้นทุนการผลิต เมื่อโจทย์ของโรงสีแห่งนี้ คือ การลดต้นทุน มุมมองของผู้บริหารซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ จึงพุ่งไปที่เทคโนโลยี แต่ปัญหาคือการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และการนำมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องคุ้มค่า จึงมองหาหน่วยงานเข้าช่วยจนได้รู้จักกับ โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เครือข่ายมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ได้นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดต้นทุนสำหรับการผลิตข้าวขาว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของโรงสีรุ่งชัยกิจ เมื่อปี พ.ศ. 2551 ใน “โครงการการพัฒนาระบบควบคุมอัตโนมัติของเครื่องกะเทาะเปลือกข้าวและเครื่องขัดขาว” ผลที่ได้จากโครงการฯ ทำให้โรงสีรุ่งชัยกิจได้ระบบควบคุมอัตโนมัติใน 2 กระบวนการผลิตหลักสำหรับเครื่องกะเทาะเปลือกข้าว และเครื่องขัดขาว เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยเปอร์ เซ็นต์ข้าวเต็มเมล็ดจากเดิม 45% เพิ่ม ขึ้นเป็น 48.5% ได้ข้าวเต็มเมล็ดเพิ่มขึ้นปริมาณข้าวหักลดลง ส่งผลให้ปัจจุบันสามารถเพิ่มมูลค่าข้าวต้นเป็นเงินกว่า 40,500 บาทต่อวัน และลดค่าไฟฟ้าที่ใช้ โดยไม่เกิดประโยชน์ลงได้ประมาณ 100,000 บาทต่อปี เพราะการทำงานของเครื่องจะ สั่งทำงานต่อเมื่อมีเมล็ดข้าวเปลือกตกลง เต็มหน้ายางเท่านั้น หากไม่มีข้าวเปลือก หรือมีข้าวเปลือกในปริมาณน้อยเกินไป ระบบจะหยุดทำงาน ทำให้สามารถลดเวลาเดินเครื่องกะเทาะเปลือกข้าวลงจากเดิมใช้เวลานานถึง 8 ชม.ต่อวัน เหลือเพียง 4-5 ชม.ต่อวัน และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของลูกยางกะเทาะเปลือกข้าว ลดการสิ้นเปลืองค่าอะไหล่ลูกยางดังกล่าวได้ถึง 128,000 บาทต่อปี อีกทั้งได้เพิ่มทักษะการทำงานให้กับบุคลากรของโรงสีอีกด้วย ด้านนายสุรศักด์ จันทร์โทริ หนึ่งในทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาประสิทธิภาพโรงสีข้าวภายใต้โครงการ iTAP เครือข่าย มข. กล่าวว่า โรงสีข้าวของไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีมายาวนานกว่า 70 ปี ดังนั้นการจะพัฒนาประสิทธิภาพโรงสีต้องเกิดจากวิสัยทัศน์ของผู้ประกอบการเจ้าของโรงสีเป็นหลัก ซึ่งนอกจากจะเป็นการนำวิทยาศาสตร์เข้าไปปฏิวัติระบบการแปรรูปข้าวให้มีประสิทธิ ภาพที่ดีขึ้น ยังต้องเพิ่มทักษะความรู้วิธีการจัดการภายในโรงสี ตลอดจนนำเครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาใช้ เพื่อให้สามารถตรวจวัดคุณภาพได้ อาทิ เครื่องวัดความเร็วลม, เครื่องวัดความแข็งของลูกยาง, เครื่องวัดอุณหภูมิของข้าว ฯลฯ ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีการนำเครื่องมือดังกล่าวมาใช้ในโรงสีข้าวแต่อย่างใด นายสุรศักด์ ยังบอกอีกว่า การได้เปอร์เซ็นต์ข้าวเต็มเมล็ดเพิ่มขึ้นแม้เพียง 1% ก็สามารถช่วยเพิ่มรายได้กลับเข้าโรงสีกว่า 10,000 บาท ดังนั้น หากปริมาณเปอร์เซ็นต์ข้าวเต็มเมล็ดจากกระบวนการสีข้าวได้เพิ่มขึ้น 3-5% ต่อวันก็ถือว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากสำหรับโรงสีขนาดเล็ก ..และที่สำคัญกว่านั้นคือ ปัจจุบันเราสามารถลดปัญหาการนำเข้าเครื่องจักรราคาแพงที่ไม่เหมาะสมและการใช้งานเครื่องจักรที่ไม่ถูกต้องลงได้อีกด้วย !!!.

Comments Off
ใกล้ถึงวันลอยกระทงแล้ว แต่ยังไม่รู้ ว่าจะไปลอยที่ไหนดี ลองเข้าไปดูที่เว็บนี้ มีกิจกรรมลอยกระทงทั่วไทย แถมสอนทำกระทง หากไม่ว่าง ก็สามารถลอยกระทงออนไลน์ได้อีกด้วย

Comments Off
180 กม.ต่อชม.ยังอ่านทัน เทคโนโลยี อาร์เอฟไอดี RFID หรือ เรดิโอ ฟรีเควนซี่ ไอเดนทิฟิเคชั่น (Radio Frequency Identification) เป็นระบบจำแนกวัตถุด้วยคลื่นความถี่วิทยุที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้แทนบาร์โค้ด มีจุดเด่นตรงสามารถอ่านข้อมูลจากแท็ก (Tag) หรือแถบป้ายบอกข้อมูลได้หลาย ๆ ชิ้นโดยไม่ต้องคอยเอามาแตะสัมผัส ทัศนวิสัยไม่ดีมีความเปียกชื้น แรงสั่นสะเทือน การกระทบกระแทก หรือในที่ระดับความเร็วสูง ก็อ่านค่าได้ เอามาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น ใช้เป็นบัตรผ่านเข้าออกสถานที่ต่าง ๆ บัตรจอดรถ ตามศูนย์การค้าต่าง ๆ หรือติดไว้ในรถบรรทุกสินค้าเพื่อติดตามข้อมูลระหว่างการขนส่ง บริษัทเอเซนเทค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีระบบขนส่ง ได้ร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิตชิปอาร์เอฟไอดี ประเทศจีน นำ “แท็ก” รุ่นใหม่ ซึ่งไม่ใช่แบตเตอรี่ (พาสซีฟ แท็ก) ที่ได้ปรับปรุงความไวในการรับส่งสัญญาณกับเครื่องอ่านอาร์เอฟไอดี ชนิดยูเอช เอฟ (UHF) ให้เพิ่มขึ้นและลดการใช้พลังงานลงเหลือเพียง 30 ไมโครวัตต์ ซึ่งน้อยกว่าชิปรุ่นแรกที่ใช้ 50 ไมโครวัตต์ ช่วยให้ได้ระยะการอ่านไกลมากขึ้นตามไปด้วย ราว 20-30 เปอร์เซ็นต์ “แท็ก” มีขนาดบางจนแทรกลงในเนื้อกระดาษได้ จึงแนบกับป้ายของกรมการขนส่งทางบก หรือจะติดไว้ที่โคมไฟหน้ารถก็ได้ กำพล โชคสุนทสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอเซนเทคฯ กล่าวว่า เทคโนโลยีและชิปรุ่นใหม่ที่นำมาใช้ เมื่อติดกับรถขนส่ง จะสามารถอ่านค่าได้แม้รถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วถึง 120-180 กม.ต่อชม. และแยกช่องทางซ้ายและขวา ลำดับรถก่อนหลังได้ เหมาะกับงานเก็บค่าผ่านทาง การติดตามรถยนต์ ระบบโลจิสติกส์ (การขนส่งต่อเนื่องหลายวิธี) และงานขนส่งทุกประเภท ระบบติดตามการขนส่งด้วยอาร์เอฟไอดี นำมาประยุกต์ใช้กับทุกสาขาในงานอุตสาหกรรมและการจัดการซัพพลายเชน ได้แก่ เก็บข้อมูลตามจุดที่ต้องการได้สะดวกและเพิ่มเติมได้ง่าย, ประมวลผลนำเสนอต่อผู้เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วทันการใช้งาน นำไปใช้วิเคราะห์เพื่อประโยชน์ต่อการบริหาร เช่น ต้นทุนหรือแผนงาน ช่วยลดงานเอกสาร, ลดต้นทุนในการปฏิบัติงาน ทั้งเวลาและกำลังคนจากการบันทึกและประมวลผล, ลดความผิดพลาดที่เกิดจากป้อนข้อมูลโดยพนักงาน และสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบควบคุมอัตโนมัติ เช่น แขนกลกั้นรถ, ไฟสัญญาณ เป็นต้น ตัวอย่างการใช้งานอาร์เอฟไอดี ที่ได้ผลดี คือระบบค่าผ่านทางประเทศสิงคโปร์ ซึ่งไม่มีด่านเก็บเงินและรถวิ่งผ่านได้ด้วยความเร็วสูง ระบบจะติดตั้งเครื่องอ่านคร่อมทางไว้หลายจุด สามารถอ่านค่าแท็กที่ติดรถวิ่งผ่านและจำแนกได้อย่างแม่นยำ จึงไม่มีปัญหารถติดค้างหน้าด่านเก็บเงิน กำพล อธิบายข้อดี ด้วยว่า ค่าใช้จ่ายต่ำ ลงทุนระบบราวหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท แท็กติดรถยนต์ชิ้นละไม่เกินสิบห้าบาท ไม่มีค่าแอร์ไทม์ (ค่าส่งสัญญาณ) และเปรียบเทียบกับการติดตามด้วยจีพีเอส หรือระบบบอกตำแหน่งวัตถุด้วยดาวเทียม จะมีค่าอุปกรณ์ติดรถยนต์คันละสองหมื่นบาท และมีค่าแอร์ไทม์ จากการส่งสัญญาณผ่านระบบจีพีอาร์เอส กำพลเปิดเผยว่า จะจัดบรรยายเทคโน โลยีอาร์เอฟไอดี ย่านความถี่ยูเอชเอฟ สำหรับโลจิสติกส์และการขนส่งพร้อมกับให้ทดสอบด้วยการติดแท็กในรถยนต์ที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง 120-180 กม.ต่อชม.เพื่อวัดความแรงสัญญาณ สำหรับแยกช่องซ้าย ขวา ลำดับก่อนหลัง วันที่ 29 ต.ค.เวลา 11.00-17.00 น. ที่สนามแข่งรถบางกอก แดรก อเวนิว คลองห้า ถนนรังสิต-นครนายก เป็นเทคโนโลยีที่คนในธุรกิจขนส่งรุ่นใหม่ไม่ควรมองข้าม.

Comments Off
ถึงแม้ว่าโทรศัพท์มือถือของเราจะสามารถฟังเพลงจากไฟล์เอ็มพี 3 ได้แทบทุกรุ่น แต่ก็ยังมีความต้องการซื้อเครื่องเล่นเพลงจากไฟล์ดิจิทัลแยกต่างหาก เพื่อรองรับความต้องการที่ไม่เหมือนชาวบ้าน วันนี้อยากแนะนำให้รู้จักอีกสอง รุ่น เป็นของซัมซุงทั้งคู่ รุ่นแรกคือ ยู 5 หน้าตาเหมือนแฟลชไดร์ฟที่เราใช้บันทึกข้อมูล แต่ยู 5 เป็นเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลที่ใช้เป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูลได้ เพียงแค่เสียบเข้ากับยูเอสบีพอร์ตก็ใช้งานได้ทันที จุดเด่นของยู 5 ก็คือ แบตเตอรี่ที่ค่อนข้างอึด ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้นาน ถึง 20 ชั่วโมง เหมาะมากสำหรับใช้เวลาไปวิ่งออกกำลังกายหรือเข้าฟิตเนส เพราะน้ำหนักเบามาก แทบไม่รู้สึกเวลาพกใส่กระเป๋าขณะวิ่งหรือขี่จักรยาน หน่วยความจุของยู 5 มีให้เลือกทั้ง 2 กิกะไบต์และ 4 กิกะไบต์ ยู 5 จะมีหน้าจอเล็ก ๆ เป็นลูกเล่นตัวการ์ตูน และบอกรายชื่อเพลงขณะใช้งาน คุณภาพเสียงอยู่ในระดับดีทีเดียว อีกรุ่นที่อยากพูดถึงก็คือ คิว 2 เป็นเครื่องเล่นวิดีโอ เอ็มพี 3 ความจุตั้ง 4 กิกะไบต์ พูดง่าย ๆ ก็คือ รองรับไฟล์วิดีโอ เช่น มิวสิกวิดีโอ หรือจะดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอยูทูบมาเก็บไว้ดูบนเครื่องนี้ก็ได้ หน้าจอ 2.4 นิ้ว เป็นจอแอลซีดีแบบที่มีความ ละเอียดสูง ไฟล์วิดีโออ่านได้ทุกนามสกุลทั้ง MPEG 4 และ WMV รวมทั้งยังใช้ฟังวิทยุเอฟเอ็ม ดูไฟล์ภาพถ่าย อ่านข้อมูลที่เป็นอักษร บันทึกเสียงและเล่นเกมแบบธรรมดา ๆ ได้ เวลาชาร์จไฟ ก็ชาร์จผ่านยูเอสบีพอร์ตได้ทันที แต่ต้องทำใจว่าทุกครั้งที่เราเล่นไฟล์วิดีโอ มันจะเปลืองแบตเตอรี่มาก ไม่ถึงวันก็หมดซะแล้ว ตัวเครื่องผอมบางเหมือนหุ่นสาว ๆ ในยุคดิจิทัล ทางผู้ผลิตเลยออกแบบให้ชาร์จผ่านยูเอสบีพอร์ตคอมพิวเตอร์ได้ยังไงล่ะ ทั้งสองรุ่นเน้นที่ความง่าย แค่เสียบเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วลากไฟล์เพลง ไฟล์วิดีโอที่ต้องการใส่เข้าไป แค่นี้ก็เสร็จ ไม่ต้องลงโปรแกรมก่อนใช้งานให้ยุ่งวุ่นวาย อย่างที่บอกตั้งแต่แรกว่า โทรศัพท์ มือถือที่เราใช้งานกันอยู่ ระดับราคาประมาณ 3,000 บาทขึ้นไป ก็มีแอพพลิเคชั่นพวกนี้รองรับอยู่แล้ว เว้นแต่อยากจะมีไว้ใช้ต่างหาก เพื่อแยกหน่วยความจำ หรือมีไว้ เพื่อใช้เวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะโทรศัพท์มือถือบางรุ่น บางยี่ห้อ โดยเฉพาะรุ่นแพง ๆ มักจะไม่อดทนกับแรงกระแทก แค่เอาใส่กระเป๋ากางเกงแล้วออกไปวิ่ง บางทีก็ดับไปซะดื้อ ๆ เลยต้องมีเครื่องเล่นไฟล์เพลงดิจิทัลแยกไว้อีกเครื่อง ถ้าชอบก็ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกที. ปรารถนา ฉายประเสริฐ prathanac@dailynews.co.th

Comments Off
อินโดนีเซียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ประสบภัยพิบัติอย่างรุนแรงโดยเฉพาะ“สึนามิ” เมื่อปี ค.ศ. 2004 จังหวัดอาเจะห์ มีผู้คนเสียชีวิตกว่าแสนคน การเตรียมการป้องกันอุบัติภัยจึงเป็นเรื่องใหญ่ ล่าสุดก็โดนแผ่นดินไหวขนาด 7.6 ริคเตอร์ นอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา มีประชาชน ชาวปาดังเสียชีวิตไปกว่า 1,100 ศพ และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก บทเรียนการป้องกันและช่วยเหลือประชาชน ชาวอินโดนีเซียก็จะต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นแต่ก็ยังมีอุปสรรคหลายด้าน เช่น การเตรียมการของประชาชน ความร่วมมือระหว่างประเทศและอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับการเตือนภัยล่วงหน้า ตัวอย่างล่าสุดที่เมืองปาดัง (Padang) เมื่อเกิดแผ่นดินไหวสนามบินของเมืองปิดไป 12 ชั่วโมง ซึ่งทำให้หน่วยงานที่พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติภัยไม่สามารถเข้ามาได้ เพราะเป็นทางเดียวที่ติดต่อกับโลกภายนอก ฟอซี หัวหน้าหน่วยงานแผ่นดินไหววิทยาของอินโดนีเซียได้กล่าวว่า คนงานที่สนามบินต้องทิ้งงานและรีบกลับบ้าน เพราะเป็นห่วงคนที่บ้านจะประสบภัย เช่นเดียวกับที่จังหวัดอาเจะห์ เมื่อ 5 ปีก่อน ประชาชนได้รับสัญญาณเตือนภัยเมื่อได้เห็นคลื่นขนาดยักษ์ซึ่งวิ่งเข้าหาแล้ว แต่ไม่ทันการและระบบสัญญาณเตือนภัยที่ฝั่งมหาสมุทร อินเดียไม่มี ไม่เหมือนกับฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมีเครื่องมือและระบบพร้อม แต่กรณีที่เมืองปาดัง เรื่องคลื่นสึนามิ ตรงชายฝั่งเมืองปาดังเกาะสุมาตราได้รับสัญญาณเตือนภัยและได้มีการอพยพผู้คนที่ต่ำไปยังที่สูง จึงทำให้สึนามิไม่กระทบมาก อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องความร่วมมือระหว่างประเทศในการส่งข้อมูลด้วยระบบเตือนภัยอย่างรวดเร็วเพื่อลดความสูญเสียจากภัยสึนามิ ตัวอย่างเช่น ถ้าหากคลื่นยักษ์สึนามิ เกิดขึ้นที่ชายฝั่งอินโดนีเซียและมุ่งสู่แอฟริกา ทางฝั่งทวีปแอฟริกาจะต้องมีเจ้าหน้าที่รับข้อมูลจากระบบสัญญาณเตือนภัยจากอินโดนีเซียโดยทันที เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมการอพยพล่วงหน้าทันเวลาก่อนคลื่นยักษ์จะไปถึง หลังจากเจ้าหน้าที่ชายฝั่งที่ต่าง ๆ ได้รับสัญญาณเตือนภัยแล้วการส่งสัญญาณและข่าวสารให้สาธารณชนได้รับรู้และตื่นตัวอพยพก็เป็นความท้าทายอีกเรื่องหนึ่งที่มักจะมีปัญหา ประการสุดท้าย เรื่องอุปกรณ์การตรวจจับวัดแผ่นดินไหว ซึ่งอยู่ใต้ท้องทะเลจะต้องมีการเตือนภัยก่อนอย่างน้อยภายใน 5 นาทีก่อนที่คลื่นยักษ์จะกระทบชายฝั่งเพื่อเตรียมการอพยพ ปรากฏว่า ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งได้รับการติดตั้งทุ่นลอยไปแล้ว 14 แห่ง เครื่องวัดระดับคลื่น 40 จุด และเครื่องจับวัดแผ่นดินไหวอีก 150 จุด ซึ่งยังไม่พอเพราะผู้เชี่ยวชาญได้คำนวณแล้วว่าจะต้องมีทุ่นลอยอย่างน้อย 22 แห่ง เครื่องวัดคลื่น 120 จุด และเครื่องวัดแผ่นดินไหว 160 จุด ซึ่งก็จะได้ติดตั้งเสร็จในปี ค.ศ. 2010 โดยความช่วยเหลือของประเทศเยอรมนี ญี่ปุ่น และจีน ที่เขียนมานี้ เพราะระบบเตือนภัยที่ประเทศไทยก็จะต้องมีความพร้อมโดยเฉพาะอุปกรณ์เครื่องมือ ต้องมีผู้เชี่ยวชาญเสนอต่อรัฐบาลให้ชัดเจน และโปร่งใส อย่าประมาทโดยเด็ดขาด. รองศาสตราจารย์ ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล boonmark@rsu.ac.th

Comments Off
มูลนิธิเมาไม่ขับและกระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรมลอยกระทงอธิษฐาน ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และลดละเลิกเมาสุราในวันลอยกระทง คลิกเข้ามาร่วมกิจกรรมได้ที่นี่

Comments Off
วมแอพพลิเคชั่นสำหรับบีบีไทย เอไอเอส เปิดบริการโมบายไลฟ์แบล็กเบอรี่พอร์ทัล รวมแอพพลิเคชั่นของผู้ใช้บีบีในเมืองไทยให้ดาวน์โหลดได้ตลอดเวลา นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้อำนวยการสำนักการตลาดบริการเสริม เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอสได้สร้างตลาดมือถือแบล็กเบอรี่ในเมืองไทย จนประสบความสำเร็จ มีอัตราการเติบโต เพิ่มขึ้น 80% ทุกเดือน ขณะนี้ มีจำนวนผู้ใช้บริการ แพ็กเกจแบล็กเบอรี่ อันลิมิเต็ด มากกว่า 60,000 ราย เพื่อให้ผู้ใช้แบล็กเบอรี่ได้สนุกกับการใช้งานมากขึ้น เอไอเอสจึงพัฒนาโมบายไลฟ์ แบล็กเบอรี่ พอร์ทัล ให้เป็นแหล่งรวมแอพ พลิเคชั่นของแบล็ก เบอรี่ เฉพาะเครือข่ายเอไอเอส โดยผู้ใช้แบล็ก เบอรี่ สามารถเข้ามาดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นและเนื้อหา มีความปลอดภัยต่อเครื่อง เช่น เกมเดอะซิมส์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ จีไอโจ และเกม อื่น ๆ อีกกว่า 70 เกม ธีมสำหรับตกแต่งหน้าจอ และบริการทีวีออนโมบาย จำนวน 30 ช่อง นอกจากนี้ยังมีบริการมิวสิก ริงโทน มูฟวี่ วิดีโอคลิป กีฬา ดูดวง คอมมูนิตี้แชต ข่าวบริการการเงินการธนาคาร และบริการสมัครงานผ่านมือถือ วิธีใช้งาน ให้คลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ mobilelife.co.th ระบบจะทำการลิงก์เข้าสู่หน้าโมบายไลฟ์แบล็กเบอรี่ พอร์ทัล ให้อัตโนมัติ.

Comments Off
สบท. จับมือ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทยสำรวจคุณภาพความเร็วเน็ตทั่วประเทศ ระบุมีผู้ทดสอบแล้ว 8.4 แสนครั้ง คาดปิดโครงการ 30 พ.ย. จะมียอดทดสอบ 1.5 ล้านครั้ง นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กล่าวว่าหลังจาก สบท. ร่วมกับสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ทำโครงการ “สำรวจและทดสอบคุณภาพความเร็วอินเทอร์เน็ต (สปีด เทสต์) ปี 2552” ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา ทางเว็บไซต์ www.speedtest.or.th และเว็บไซต์ที่ร่วมโครงการ ล่าสุด มีผู้เข้าทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตแล้ว 8.4 แสนครั้ง (ข้อมูลวันที่ 25 ต.ค.) เบื้องต้นพบว่า ความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ได้จากการทดสอบใช้ความเร็วได้เพียงร้อยละ 70 จากที่โฆษณา สำหรับโครงการทดสอบดังกล่าวจะสิ้นสุดวันที่ 30 พ.ย.นี้ คาดตลอดโครงการจะมีผู้ทดสอบทั้งหมด 1.5 ล้านครั้ง นพ.ประวิทย์ ระบุว่า ผลสำรวจที่ได้จะทำให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตโฆษณาได้ตรงกับความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่ผู้บริโภคสามารถใช้ได้จริง หรือนำไปจัดทำโปรโมชั่นตามจริง ซึ่งการสำรวจพบว่าผู้บริโภคที่ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็ว 3 เมกะบิตต้องการความเร็วตามที่โฆษณาและเต็มใจที่จะจ่ายค่าบริการในราคาที่กำหนด พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม หรือ ดีเอสไอ ในฐานะนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลสำรวจเดือนครึ่งพบว่า ผู้เข้าทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์ส่วนใหญ่ยังทดสอบไม่เป็น และไม่รู้ว่าตนใช้ความเร็วอินเทอร์เน็ตเท่าไหร่ ซึ่งการทดสอบดังกล่าวจะเก็บข้อมูลความเร็วระหว่าง 0-12 เมกะบิต และขณะนี้พบว่าบริษัท ทรู ออนไลน์ ให้ความเร็วในการดาวน์โหลดสูง แต่อัพโหลดต่ำ ขณะที่ บริษัท สามารถ ให้ความเร็วการอัพโหลดและดาวน์โหลดปริมาณเท่า ๆ กัน ซึ่งอาจเป็นเพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าองค์กร สำหรับวิธีการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตนั้น ขณะทดสอบความเร็วไม่ควรใช้เครื่องดาวน์โหลดไฟล์ และต้องระบุจังหวัดที่อยู่ในแบบสอบถามด้วย เพื่อให้ข้อมูลที่ได้มีความสมบูรณ์ที่สุด เนื่องจาก 2.6 แสนครั้งที่ทดสอบในขณะนี้ไม่ได้ระบุจังหวัดที่อยู่.

Comments Off